บริการฝากไข่ (Oocyte Cryopreservation)

การฝากไข่คืออะไร?
การฝากไข่ หรือการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่นำเซลล์ไข่ออกมาจากรังไข่แล้วแช่แข็งเก็บรักษาไว้ เพื่อช่วยถนอมและรักษาคุณภาพของเซลล์ไข่ไว้ เหมือนเป็นการ “หยุดเวลา” อายุไข่ให้นานเท่าที่ต้องการ เพื่อลดข้อจำกัดในเรื่องจำนวนไข่และคุณภาพไข่ที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ผู้หญิงวางแผนมีบุตรในเวลาที่พร้อมที่สุดได้ในอนาคต โดยมีกระบวนการฝากไข่และการนำไข่กลับมาใช้งาน ดังนี้
ทำไมต้องฝากไข่?
ปัจจุบันผู้หญิงยุคใหม่มักวางแผนมีบุตรช้าลง เนื่องจากต้องการสร้างความมั่นคงในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน ความพร้อมทางการเงิน สถานะความสัมพันธ์ หรือการทำตามเป้าหมายชีวิต การรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อนมีเจ้าตัวน้อยจึงถือเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ไม่รอเราก็คือ เวลาและอายุของร่างกาย
เหตุผลสำคัญที่คุณควรพิจารณาการฝากไข่
การฝากไข่เหมาะกับใคร?
อัตราความสำเร็จของการฝากไข่
อัตราความสำเร็จของการฝากไข่นอกจากวิธีการเก็บรักษาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับอายุในวันที่เจาะเก็บไข่และจำนวนไข่ที่เก็บได้ โดยมีรายละเอียดและข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
1. ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว (Vitrification)
ปัจจุบันเทคโนโลยี Vitrification ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับวิธีแช่แข็งแบบดั้งเดิมในอดีต จากข้อมูลทางคลินิกของซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. พบว่า
2. โอกาสการตั้งครรภ์และจำนวนไข่ที่แนะนำ
โดยเฉลี่ยแล้ว ไข่ที่สมบูรณ์ 1 ใบจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7% ดังนั้น ยิ่งมีจำนวนไข่ที่เก็บแช่แข็งไว้มาก ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การฝากไข่ไม่ได้เป็นการการันตีการตั้งครรภ์ 100% เนื่องจากเป็นเพียงการคงสภาพไข่ไว้ภายนอกร่างกาย โอกาสสำเร็จเมื่อนำไข่กลับมาใช้งานจริง ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของอสุจิฝ่ายชาย การพัฒนาของตัวอ่อน และความพร้อมของโพรงมดลูกฝ่ายหญิงในวันที่ทำการย้ายตัวอ่อน
ขั้นตอนการฝากไข่ตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

สำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังวางแผนเรื่องการมีลูกในอนาคต และสงสัยว่าการฝากไข่ทำอย่างไร วิธีการเก็บไข่ผู้หญิงมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เรามาทำความเข้าใจวิธีฝากไข่ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง
1. ปรึกษาแพทย์เบื้องต้นและวางแผนการรักษา
พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อซักประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และประวัติทางการแพทย์ ประเมินความพร้อม ร่วมกับเป้าหมายการมีบุตรในอนาคตของคุณ เพื่อวางแนวทาง ช่วงเวลาการฝากไข่ เพื่อให้กระบวนการรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
2. ตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์รังไข่/มดลูก
ในวันที่ 2 หรือ 3 ของการมีประจำเดือน แพทย์จะนัดตรวจประเมินความพร้อม โดยตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมน AMH ช่วยบอกปริมาณไข่สำรอง ควบคู่กับการทำอัลตราซาวด์ผ่านทางช่องคลอดเพื่อดูจำนวนฟองไข่ (Follicle Count) และตรวจความสมบูรณ์ของมดลูก ช่วยให้แพทย์ประเมินจำนวนและประสิทธิภาพของรังไข่ได้อย่างแม่นยำก่อนเริ่มกระบวนการ
3. การสรุปผลตรวจและวางแผนรักษา
เมื่อทราบผลการตรวจประเมินรังไข่ แพทย์จะนำข้อมูลมาประกอบการเลือกชนิดและกำหนดขนาดยาฮอร์โมนที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพไข่ที่เหมาะสม และปลอดภัยสูงสุดของผู้เข้ารับการรักษา
4. เริ่มกระบวนการกระตุ้นไข่
เริ่มต้นขั้นตอนสำคัญด้วยการฉีดยาฮอร์โมนบริเวณหน้าท้องวันละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเดิมทุกวัน เป็นเวลาประมาณ 8–12 วัน ยาสามารถฉีดเองที่บ้านได้ ยาฮอร์โมนนี้จะเข้าไปกระตุ้นให้ฟองไข่ในรังไข่โตขึ้นพร้อมกันหลายใบ ต่างจากกลไกตามธรรมชาติที่ในแต่ละรอบเดือนที่จะมีไข่เจริญโตและตกเพียงใบเดียวเท่านั้น
5. การตรวจติดตามการตอบสนองของรังไข่
ในระหว่างการฉีดยากระตุ้นไข่ แพทย์จะนัดเข้ามาตรวจติดตามผลทุกๆ 3–5 วัน ด้วยการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมนคู่กับการทำอัลตราซาวนด์ เพื่อวัดขนาดและจำนวนของฟองไข่อย่างใกล้ชิด ข้อมูลนี้ช่วยให้แพทย์ปรับขนาดยากระตุ้นไข่ให้เหมาะสมกับการตอบสนองของร่างกายในแต่ละช่วงได้อย่างแม่นยำ
6. การฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก
เมื่อฟองไข่ส่วนใหญ่โตได้ขนาดตามเกณฑ์ประมาณ 18–20 มิลลิเมตร แพทย์จะกำหนดเวลาฉีดยากระตุ้นให้ไข่สุก แล้วเจาะเก็บไข่ประมาณ 36 ชั่วโมงหลังฉีดยาให้ไข่สุก
7. กระบวนการเจาะเก็บไข่
สำหรับใครที่กังวลว่าเก็บไข่เจ็บไหม? หมดกังวลได้เลยค่ะ เพราะระหว่างเก็บไข่ วิสัญญีแพทย์จะให้ยาสลบอย่างปลอดภัย ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังจากหลับ แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กสอดผ่านทางช่องคลอดโดยใช้อัลตราซาวด์นำทางเพื่อดูดเก็บเซลล์ไข่ ใช้เวลาเพียง 10–20 นาที หลังทำพักฟื้นดูอาการต่อ 2 ชั่วโมง แล้วสามารถกลับบ้านได้ทันที (แนะนำให้มีผู้ติดตามพากลับและหยุดพักผ่อน 1 วัน)
8. การแช่แข็งไข่และคงสภาพเซลล์ไข่
เซลล์ไข่ที่เก็บได้จะส่งตรงไปยังห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนทันที นักวิทยาศาสตร์จะประเมินเซลล์ไข่ และนำไข่สุกไปแช่แข็งด้วยเทคโนโลยี Vitrification หรือการแช่แข็งไข่แบบผลึกแก้ว ด้วยการลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วจนถึง -196°C ช่วยป้องกันการเกิดผลึกน้ำแข็งที่อาจทำลายโครงสร้างเซลล์ไข่หลังละลาย จากนั้นจะนำไข่ไปเก็บไว้ในถังไนโตรเจนเหลว เพื่อคงคุณภาพของเซลล์ไข่ไว้อย่างปลอดภัยจนกว่าจะถึงเวลาใช้งานในอนาคต
FAQs. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากไข่ เก็บไข่ หรือแช่แข็งไข่
1. การฝากไข่ อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มฝากได้
โดยทั่วไป การฝากไข่ในช่วงที่อายุน้อยกว่าจะมีโอกาสได้ไข่ที่มีคุณภาพและจำนวนดีกว่าเก็บตอนอายุมากขึ้น ช่วงอายุที่แนะนำให้เข้ามาประเมิน เพื่อพิจารณาฝากไข่ คือ 30–35 ปี โดยมีเหตุผลสำคัญ ดังนี้
ผู้ที่กำลังวางแผนเลื่อนการมีบุตรควรเข้าปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อประเมินปริมาณไข่ และเป้าหมายการมีบุตร ก่อนตัดสินใจว่าควรเริ่มฝากไข่เมื่อใดและควรเก็บไข่ประมาณเท่าไร
2. ฝากไข่ได้ถึงอายุเท่าไหร่
ในทางปฏิบัติ สามารถฝากไข่ได้เรื่อยๆ ตราบใดที่ยังคงมีไข่ให้กระตุ้น แต่เก็บไข่ตอนอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพจะลดลงในหลายด้าน ดังนี้
ดังนั้น หากยังไม่มีแผนที่จะมีบุตรในอนาคตอันใกล้ แนะนำให้รีบเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรังไข่และวางแผนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
3. ฝากไข่เจ็บไหม?
โดยรวมแล้ว เจ็บเล็กน้อย ในระดับที่ทนได้ โดยแบ่งความรู้สึกในแต่ละช่วงได้ดังนี้
4. ฝากไข่เก็บได้กี่ปี
เซลล์ไข่ที่แช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196°C สามารถเก็บรักษาได้นานโดยไม่จำกัดเวลา โดยคุณภาพของไข่จะคงสภาพไว้เหมือนวันที่ถูกแช่แข็ง เพื่อรอเวลาที่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่สามารถฝากเก็บได้จริงขึ้นอยู่กับข้อกำหนด การให้ความยินยอม และเงื่อนไขของสถานพยาบาล
5. การฝากไข่ปลอดภัยแค่ไหน และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
การฝากไข่ถือเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่มีความปลอดภัยสูง แต่อาจมีผลข้างเคียงชั่วคราวจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง และอาการแทรกซ้อนเล็กน้อยที่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนี้
หากมีอาการปวดท้องรุนแรง ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือหายใจติดขัด ควรรีบแจ้งแพทย์ทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างถูกวิธี
6. ฝากไข่ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร
โดยทั่วไปการฝากไข่ราคาต่อ 1 รอบกระบวนการจะอยู่ประมาณ 120,000 – 250,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและขนาดยากระตุ้นไข่ที่ใช้) และหลังจากแช่แข็งแล้ว จะมีค่าฝากรักษาไข่ในถังไนโตรเจนเหลวเพิ่มเติมประมาณ 5,000 – 10,000 บาทต่อปี
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคาฝากไข่
7. การฝากไข่หรือแช่แข็งไข่ที่ ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ดีอย่างไร?
สำหรับใครที่กำลังพิจารณาว่า ฝากไข่ที่ไหนดี ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. (Superior A.R.T.) ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกชั้นนำด้วยจุดเด่นที่น่าเชื่อถือดังนี้
วิดีโอเกี่ยวกับการฝากไข่
รับชมคลิปสัมภาษณ์ไขข้อสงสัยเรื่องการฝากไข่ (Egg Freezing) ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัวจนถึงห้องเก็บไข่ โดยคุณหมอนิ พญ. นิศารัตน์ และคุณเอ๋ มณีรัตน์
ผู้เขียน

พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา (ว.36947)
สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก





