
5 วิตามินบำรุงไข่ เพิ่มโอกาสการมีลูก
สำหรับสาวๆ ที่กำลังแพลนจะมีลูก การเริ่มต้นวางแผนที่ดี ที่ไม่ควรมองข้ามคือการบำรุงไข่ให้แข็งแรง เพราะไม่ว่าจะวางแผนตั้งท้องแบบธรรมชาติ หรือใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ก็ต้องอาศัยไข่ที่มีคุณภาพและแข็งแรง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น วันนี้เรามี วิตามิน 5 ชนิด ที่ช่วยบำรุงไข่ให้มีคุณภาพและแข็งแรงมาฝากกันค่ะ
1. Folic acid กรดโฟลิค 🥦
เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ ช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ให้มีสุขภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันการแท้งบุตร ความพิการแต่กำเนิดเกี่ยวกับสมองและกระดูกสันหลังของทารก พบได้มากในอาหารจำพวกถั่ว ตับ ส้ม ขนมปังธัญพืช พืชผักใบเขียว
2. Zinc สังกะสี 🦪
ช่วยกระตุ้นการผลิตไข่ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะหากรับประทานในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนวันไข่ตก Zinc มีความสำคัญในกระบวนการสร้าง cell และ DNA synthesis มีส่วนสำคัญในช่วงที่ไข่เริ่มแบ่งตัว ช่วยป้องกันการแท้งบุตร พบได้มากในเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู หอย โดยเฉพาะหอยนางรม จะพบสังกะสีมากที่สุด กลุ่มพืชผักใบเขียว
3. Vitamin C วิตามิน C 🍊
วิตามินซี ช่วยในการปกป้องเซลล์ไข่จากอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ไข่ โดยเฉพาะหญิงที่มีปัญหามีบุตรยาก และช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จ ส่วนคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ช่วยทำให้ทั้งแม่และทารกในครรภ์มีภูมิต้านทานสูงขึ้นด้วย โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ พบมากในส้ม สับปะรด มะขาม สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง มะนาว และมะเขือเทศ
4. Iron ธาตุเหล็ก 🥩
ช่วยบำรุงเลือด ลดอัตราภาวะไข่ไม่ตก ป้องกันภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังช่วยในการสร้าง DNA และ RNA ที่ช่วยในการเติบโตของเซลล์ไข่ เพิ่มโอกาสตั้งท้องได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับมดลูก อีกทั้งยังช่วยผลิตไข่ที่มีคุณภาพด้วย ธาตุเหล็กพบได้ในเนื้อสัตว์ ตับ เลือด และพืชตระกูลถั่ว
5. Omega-3 โอเมก้า 3 🐟
ช่วยเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ช่วยให้การตกไข่สมดุล ฮอร์โมนตัวนี้มีส่วนช่วยให้มดลูกมีความพร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อน การทานโอเมก้า 3 มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน น้ำมันตับปลา ผักโขม วอลนัท และผลิตภัณฑ์จากนม
หากบำรุงพร้อมแล้วก็เข้ามา ฝากไข่ แช่แข็งไข่ ที่แข็งแรงเอาไว้ก่อน เพื่อเก็บไว้ใช้ในกระบวนการทำ เด็กหลอดแก้ว ในอนาคตได้ ดูโปรโมชั่น คลิก
ข่าวสารและบทความอื่นๆ
ERA Test และ ORA Test ตรวจหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
คุณภาพตัวอ่อนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จ แต่ช่วงเวลาเปิดรับตัวอ่อนของเยื่อบุโพรงมดลูกก็สำคัญ มารู้จัก ERA Test & ORA Test เทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับย้ายตัวอ่อนเฉพาะบุคคล
ตัวอ่อนคุณภาพดีดูจากอะไร? ไม่ได้ดูแค่ความสวย แต่ต้องดูการเติบโตของเซลล์
เบื้องหลังกล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเขาดูอะไรกันแน่ ถึงรู้ว่าตัวอ่อนตัวไหนสมบูรณ์พอที่จะเติบโตไปเป็นเบบี๋? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องกล้องแล็บ ดูเกณฑ์การคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีในแต่ละระยะกัน
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.70 ❝การย้ายตัวอ่อนรอบธรรมชาติ VS รอบเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยฮอร์โมน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้โอกาสท้องสูงสุด❞
ก่อนที่จะย้ายตัวอ่อน จะต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน ปัจจุบันมี 2 วิธีที่นิยม คือ การย้ายตัวอ่อน รอบธรรมชาติ กับ รอบใช้ฮอร์โมน แล้ว 2 วิธีนี้ แตกต่างกันอย่างไร? มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? และวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่ากัน? มาดูกันใน Live EP.70 นี้ได้เลย





