ถามหมอ 💬 กับหมอนิ : ฮอร์โมนไม่สมดุลก่อนใส่ตัวอ่อน ต้องทำอย่างไร? มีผลต่อการฝังตัวหรือไม่?

การเตรียมตัวก่อนใส่ตัวอ่อนไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณภาพของตัวอ่อนเท่านั้น แต่ ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกและการทำงานของฮอร์โมนในแต่ละช่วงของรอบเดือน ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
ฮอร์โมนแต่ละชนิดมีบทบาทต่างกันในการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก หากระดับหรือช่วงเวลาการทำงานของฮอร์โมนไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้สภาพของเยื่อบุไม่เหมาะกับช่วงเวลาที่ตัวอ่อนพร้อมจะฝังตัวได้
ดังนั้น ก่อนเริ่มรอบการใส่ตัวอ่อน แพทย์จึงต้องประเมินทั้งภาวะฮอร์โมน รังไข่ และเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อให้การเตรียมร่างกายเหมาะสมกับแผนการรักษาของแต่ละคน
ฮอร์โมนไม่สมดุล ส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนอย่างไร
โดย พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา
สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะมีบุตรยาก
ฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone มีบทบาทต่อเยื่อบุโพรงมดลูกอย่างไร?
ตามธรรมชาติในแต่ละรอบเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกจะเปลี่ยนแปลงไปตามระดับฮอร์โมนในแต่ละช่วง
ช่วงแรกหลังประจำเดือน ฮอร์โมน Estrogen มีบทบาทในการกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้น หลังไข่โตและตกไข่ ฮอร์โมน Progesterone จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเยื่อบุให้เหมาะสมพร้อมรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนต่อไป
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าร่างกายมีฮอร์โมนทั้งสองชนิดหรือไม่ แต่คือ ฮอร์โมนแต่ละชนิดทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า
หาก Progesterone เพิ่มขึ้นเร็วหรือช้ากว่าช่วงเวลาที่ควรจะเป็น หรือมีระดับฮอร์โมนบางชนิดเกิดขึ้นผิดช่วง อาจทำให้การพัฒนาของเยื่อบุโพรงมดลูกไม่สัมพันธ์กับช่วงเวลาของตัวอ่อน และส่งผลต่อการฝังตัวได้
เมื่อฮอร์โมนไม่สมดุล ควรหาสาเหตุก่อนเตรียมใส่ตัวอ่อน
ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ จึงไม่ควรเริ่มจากการปรับฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่ควรหาสาเหตุว่า อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับฮอร์โมนผิดปกติ
ตัวอย่างหนึ่งคือผู้ที่มีภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) มักจะมีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ หากมีภาวะ PCOS ร่วมกับมีน้ำหนักเกิน ควรควบคุมน้ำหนัก เพื่อช่วยปรับภาวะฮอร์โมนและเพิ่มการตอบสนองต่อยาฮอร์โมนที่ใช้ในการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้การเรียงตัวของเยื่อบุดีขึ้น เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม แนวทางที่เหมาะสมจะแตกต่างกันในแต่ละคนตามสาเหตุและสภาพร่างกาย จึงต้องประเมินเป็นรายบุคคลก่อนเริ่มรอบการรักษา
ทำไมต้องประเมินรังไข่ตั้งแต่ช่วงต้นของรอบเดือน?
ก่อนเริ่มยาเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก แพทย์อาจนัดอัลตราซาวนด์ในช่วงต้นของรอบเดือน เช่น ประมาณวันที่ 2 ของประจำเดือน เพื่อดูว่ารังไข่อยู่ในสภาวะพร้อมหรือไม่
หนึ่งในสิ่งที่ต้องตรวจคือ มีถุงน้ำรังไข่ค้างอยู่หรือเปล่า เพราะถุงน้ำบางชนิดสามารถสร้างฮอร์โมน Estrogen หรือ Progesterone ได้
หากมีฮอร์โมนถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจรบกวนการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกในรอบนั้นได้ การตรวจตั้งแต่ต้นรอบจึงช่วยให้แพทย์เห็นความพร้อมก่อนเริ่มยาฮอร์โมน และสามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ฮอร์โมนไม่สมดุล จำเป็นต้องเลื่อนการใส่ตัวอ่อนหรือไม่?
การพบภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลื่อนการใส่ตัวอ่อนทุกกรณี
สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ สาเหตุของความผิดปกติ รวมถึงความพร้อมของรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูกในรอบนั้น หากแพทย์ประเมินว่าสามารถแก้ไขหรือควบคุมปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้ ก็อาจยังดำเนินการตามแผนการรักษาในรอบนั้นๆได้ แต่หากไม่ดี ก็จะแก้ไขสาเหตุและเริ่มเตรียมในรอบอื่น





