ข่าวสารและบทความ

นักวิทย์อยากเล่า: แช่แข็งไข่ไว้นาน พอถึงวันที่จะใช้ ยังจะใช้ได้อยู่หรือไม่?

นักวิทย์อยากเล่า แช่แข็งไข่ไว้นาน ยังใช้ได้หรือไม่

การฝากไข่เป็นทางเลือกหนึ่งของการวางแผนมีบุตรในอนาคต หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากไข่ คือ หาก แช่แข็งไข่ไว้นาน หลายปี พอถึงวันที่ต้องการนำกลับมาใช้ ไข่จะยังสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ และคุณภาพจะลดลงตามระยะเวลาที่จัดเก็บหรือเปล่า

ในทางปฏิบัติ ระยะเวลาในการเก็บไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่ออัตราการรอดของไข่หลังละลาย สิ่งที่ควรพิจารณา ก็คือ อายุและคุณภาพของไข่ในวันที่เก็บ กระบวนการแช่แข็งและการละลายไข่ ประสบการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ ตลอดจนมาตรฐานของห้องปฏิบัติการที่ดูแลไข่ตลอดระยะเวลาการจัดเก็บ


แช่แข็งไข่ไว้นาน พอถึงวันที่จะใช้ ยังจะใช้ได้อยู่หรือไม่?
โดย คุณดวงสมร เลียงกลกิจ
ผู้จัดการแผนกห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน


ฝากไข่ไว้นาน คุณภาพจะลดลงตามระยะเวลาหรือไม่?

จากข้อมูลงานวิจัยที่ศึกษาการเก็บไข่ด้วยเทคนิค Vitrification ในระยะยาว ไม่พบว่าระยะเวลาการจัดเก็บเพียงอย่างเดียวทำให้ผลลัพธ์การนำไข่กลับมาใช้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 

งานวิจัยปี 2023 ที่ศึกษารอบการรักษาด้วยไข่มากกว่า 5,000 รอบ ครอบคลุมระยะเวลาการจัดเก็บสูงสุด 8.2 ปี ไม่พบว่าการเก็บไข่นานขึ้นทำให้อัตราการรอดหลังละลาย การปฏิสนธิ การตั้งครรภ์ หรือการเกิดมีชีพลดลงอย่างมีนัยสำคัญ1

ในขณะที่อีกงานวิจัยในปี 2025 ซึ่งศึกษาการนำไข่กลับมาใช้ ที่ได้แช่แข็งไว้นานถึง 11 ปี ก็ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาที่จัดเก็บกับอัตราการรอดหลังละลาย การปฏิสนธิ หรือผลลัพธ์การตั้งครรภ์หลังปรับปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องแล้วเช่นกัน2


ปัจจัยใดที่มีผลต่อการนำไข่กลับมาใช้ในอนาคต?

1. อายุและคุณภาพของไข่ในวันที่เก็บ

อายุของผู้หญิงในวันที่เก็บไข่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับคุณภาพของไข่และโอกาสความสำเร็จเมื่อนำไข่กลับมาใช้เพื่อการรักษาภาวะมีบุตรยากในอนาคต รวมถึงจำนวนไข่ที่สามารถเก็บได้

ดังนั้น ผู้ที่กำลังวางแผนฝากไข่จึงไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ว่า “สามารถฝากไข่ไว้ได้นานกี่ปี” แต่ควรคำนึงด้วยว่า “ควรเก็บไข่ในช่วงอายุใด” เพราะอายุและคุณภาพของไข่ ณ วันที่เก็บเป็นปัจจัยสำคัญต่อโอกาสในการนำไข่กลับมาใช้ในอนาคต

2. เทคนิคการแช่แข็งและการละลายไข่

ปัจจุบันการแช่แข็งไข่ใช้เทคนิค Vitrification ซึ่งเป็นการแช่แข็งที่ลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ร่วมกับการใช้สารป้องกันความเย็น ช่วยลดการเกิดผลึกน้ำแข็งภายในเซลล์ที่อาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างของไข่  และช่วยรักษาสภาพของไข่ระหว่างการแช่แข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อต้องการนำไข่กลับมาใช้ นักวิทยาศาสตร์จะนำไข่มาผ่านกระบวนการละลายภายใต้การควบคุมของห้องปฏิบัติการ โดยอัตราการรอดของไข่หลังการละลายที่ Superior A.R.T. อยู่ที่ประมาณ 90–95% ทั้งนี้ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละราย

3. มาตรฐานของห้องปฏิบัติการและการจัดเก็บ

การฝากไข่ไม่ได้จบเพียงขั้นตอนการแช่แข็งไข่ แต่ยังรวมถึงการดูแลไข่ตลอดระยะเวลาที่จัดเก็บไข่ไปจนถึงวันที่นำไข่กลับมาใช้

ตั้งแต่กระบวนการ Vitrification การควบคุมสภาวะในการจัดเก็บ การละลายไข่ รวมถึงประสบการณ์ของนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดูแลไข่และการนำไข่กลับมาใช้ในอนาคต


หากกำลังคิดจะฝากไข่ ควรพิจารณาเรื่องใดบ้าง?

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนฝากไข่ นอกจากคำถามที่ว่า “สามารถเก็บไข่ไว้ได้นานกี่ปี?” สิ่งที่ควรพิจารณาร่วมกันคือ

เก็บไข่ในช่วงอายุใด?
จำนวนและคุณภาพของไข่ที่เก็บได้เป็นอย่างไร?
ใช้เทคนิคอะไรในการแช่แข็งและละลายไข่?
ไข่ได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการแบบใด?

เพราะเป้าหมายของการฝากไข่ไม่ใช่เพียงการเก็บไข่ให้อยู่ได้นาน แต่คือการรักษาโอกาสในการนำไข่เหล่านั้นกลับมาใช้เมื่อถึงวันที่พร้อมมีบุตรในอนาคต


แหล่งอ้างอิง

  1. Torra-Massana M, Miguel-Escalada I, Vassena R, Rodríguez A. Long-term storage of vitrified oocytes does not affect pregnancy and live birth rates: analysis of 5362 oocyte donation cycles. Reproductive BioMedicine Online. 2023;47(3):103228. PubMed
  2. Roger S, Estevez S, Hernandez-Nieto C, et al. Duration of cryostorage is not associated with rates of thaw survival, fertilization, blastulation and ploidy, or pregnancy outcomes of vitrified human oocytes. Journal of Assisted Reproduction and Genetics. 2025;42(2):525–532. PubMed

ข่าวสารและบทความอื่นๆ

ตรวจสุขภาพรังไข่ก่อนฝากไข่ ดูอะไรบ้าง? รู้ค่า AFC และ AMH เพื่อวางแผนอนาคตให้เหมาะกับตัวเอง

คุณอาจยังไม่พร้อมมีลูก… แต่รู้ไหมว่า ตอนนี้รังไข่ของคุณอยู่ในจุดไหนแล้ว? ไม่ใช่เพื่อบอกว่าคุณต้องรีบมีลูก แต่เพื่อให้รู้ว่า ร่างกายของเรามีข้อมูลอะไรให้ใช้วางแผนอนาคตบ้าง

การได้ยินเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมมากกว่าที่คิด

หากในครอบครัวมีประวัติปัญหาการได้ยินโดยเฉพาะที่เป็นตั้งแต่กำเนิดหรืออายุยังน้อย การตรวจพาหะโรคทางพันธุกรรม Carrier Screening จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงและวางแผนการมีบุตรได้อย่างเหมาะสม

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.73 ❝ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก มีผลต่อการย้ายตัวอ่อนและการฝังตัวหรือไม่?❞

ใน Live EP.73 นี้ จะพูดถึงการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) ก่อนย้ายตัวอ่อน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินทั้งความหนา ลักษณะการเรียงตัวของเยื่อบุ ความผิดปกติภายในโพรงมดลูก และความพร้อมของฮอร์โมน ไม่ได้ดูเฉพาะตัวเลขความหนาเพียงอย่างเดียว