ข่าวสารและบทความ

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.30 ❝IUI ก็ท้องได้ ไม่ใช่เรื่องยาก❞


IUI ก็ท้องได้ ไม่ใช่เรื่องยาก วิธีนี้จะเหมาะกับใคร มีวิธีการและเปอร์เซ็นความสำเร็จเป็นอย่างไร

คุณหมอนิ-นิศารัตน์ สุนทราภา สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยากที่คลินิค Superior A.R.T. จะมาตอบข้อสงสัยให้ทุกท่านได้ทราบกันค่ะ 👩🏻‍⚕️💬


1:07 การทำ IUI คืออะไร

IUI (Intrauterine Insemination) คือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก ถือเป็นวิธีการตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น

ในแต่ละรอบเดือน หลังจากประจำเดือนมา ไข่ในรังไข่ของฝ่ายหญิงจะค่อยๆ โตขึ้น ส่วนใหญ่จะมีไข่ 1 ใบ ที่เก่งและสามารถโตเต็มที่ จนเกิดการตกไข่ หากมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ไข่ตก อสุจิจะว่ายเข้าไปเจอไข่

ถ้าไข่กับอสุจิผสมกันสำเร็จ ก็จะกลายเป็นตัวอ่อน หลังจากนั้นตัวอ่อนจะค่อยๆ แบ่งตัวระหว่างที่อยู่ในท่อนำไข่ และค่อยๆ เคลื่อนตัวมาฝังตัวในโพรงมดลูก

การทำ IUI เป็นการทำทุกอย่างให้เหมือนกับการตั้งท้องเองตามธรรมชาติ เพียงแต่คุณหมอจะมีการจัดให้ทุกอย่างแมตช์กัน นั่นคือ ให้มั่นใจว่าจะมีไข่โตในรอบเดือนนั้นๆ มีไข่ตกแน่ๆ (จากการให้ยาฉีดให้ไข่ตก) และอสุจิเข้าไปเจอไข่ในวันไข่ตกพอดี เพื่อเพิ่มโอกาสให้ท้องได้ง่ายขึ้น

เมื่อเทียบกับการมีเพศสัมพันธ์เองตามธรรมชาติ อสุจิจะถูกหลั่งอยู่ที่บริเวณปลายช่องคลอด หลังจากนั้นอสุจิจะว่ายเข้าไปในโพรงมดลูกจนถึงท่อนำไข่ และผสมกับไข่บริเวณท่อนำไข่

ระยะที่อสุจิต้องว่ายมาเจอไข่ จากช่องคลอดขึ้นมาที่โพรงมดลูกจะอยู่ที่ประมาณ 8 เซนติเมตร ส่วนท่อนำไข่ก็ประมาณ 8 เซนติเมตรเช่นกัน อสุจิจึงต้องเดินทางไกลเกือบ 15-20 เซนติเมตร ในระหว่างทางนี้ อสุจิที่ไม่แข็งแรง ก็ทยอยตายไป และอาจไปไม่ถึงไข่ก็ได้

ในการฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก จะปล่อยอสุจิที่ด้านบนของโพรงมดลูก ซึ่งเป็นการย่นระยะทางที่อสุจิต้องว่ายไปเจอไข่ครึ่งหนึ่ง การทำ IUI จึงช่วยให้ไข่กับอสุจิเจอกันได้ง่ายขึ้น และเจอกันได้ตรงวันมากขึ้น เพื่อให้ทุกอย่างแมตช์กันมากที่

4:24 การทำ IUI เหมาะกับใคร?

ฝ่ายหญิง

  • ผู้หญิงที่อายุไม่มาก แม้จะไม่ได้มีการตัดเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าอายุเท่าไหร่ถึงไม่ควรทำ IUI แต่โดยเฉลี่ยหากอายุเกิน 38 ปี ซึ่งอาจมีจำนวนไข่น้อยลง บางรอบเดือนอาจไม่มีไข่ตก และไข่ที่ตกก็อาจจะเป็นไข่ที่โครโมโซมผิดปกติได้ ทำให้เปอร์เซ็นต์การท้องจากการทำ IUI ลดลงตามอายุที่มากขึ้น
  • ผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องความผิดปกติของการโตและตกของไข่ เช่น PCOS หากคนไข้เป็น PCOS ที่ไม่ดื้อยา ตอบสนองต่อยากินหรือยาฉีด อายุไม่มาก ถือเป็นคนไข้ที่เหมาะสมสำหรับการทำ IUI อีกทั้งยังมีโอกาสท้องมากกว่าคนไข้อื่นๆ
  • ผู้หญิงที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ เช่น แฟนหลั่งไม่ได้ หรืออวัยวะเพศไม่แข็งตัว ทำให้ไม่สามารถปล่อยอสุจิเข้าไปในช่องคลอดได้ การทำ IUI จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยส่งอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกได้
  • ฝ่ายหญิงต้องมีท่อนำไข่ที่ไม่ตันอย่างน้อย 1 ข้าง เพราะหากท่อนำไข่ตัน ไข่กับอสุจิจะไม่สามารถมาเจอกันได้

ฝ่ายชาย

อสุจิของฝ่ายชายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของ IUI พอสมควร โดยอสุจิควรจะอยู่ในค่าปกติ หรือต่ำกว่าปกติไม่มาก จำนวนความเข้มข้นของอสุจิหลังจากที่ปั่นล้างควรมีจำนวนตัววิ่งอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านตัวขึ้นไป ถ้าจะให้ดีควรอยู่ที่ประมาณ 10-15 ล้านตัว ซึ่งมีโอกาสฉีดเชื้อแล้วสำเร็จได้ดี

หากอสุจิมีจำนวนน้อยมาก เช่น มีแค่ 1 ล้านตัวหรือน้อยกว่า โอกาสท้องจาก IUI ก็จะน้อย คุณหมออาจจะแนะนำให้เลือกทำเด็กหลอดแก้วแทน

9:15 ขั้นตอนของการทำ IUI เป็นอย่างไร?

เริ่มจากมีประจำเดือนมาวันแรก จะนับเป็นวันที่ 1 ของรอบเดือน คุณหมอจะนัดคนไข้มารับยากระตุ้นไข่ประมาณวันที่ 3 หรือไม่เกินวันที่ 5 ของรอบเดือน

หลังจากนั้นประมาณวันที่ 12-14 ของรอบเดือน คุณหมอจะนัดมาตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อดูว่ามีไข่โตไหม ขนาดใช้ได้หรือยัง เยื่อบุโพรงมดลูกหนาพอเหมาะสมหรือไม่ หากไข่โตประมาณ 18-20 มิลลิเมตร คุณหมอจะฉีดยาให้ไข่ตก หลังจากนั้น 36-42 ชั่วโมง คุณหมอจะนัดให้คนไข้มาทำ IUI หรือฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก

10:33 การเตรียมตัวสำหรับคู่ที่จะทำ IUI

ฝ่ายชายคุณหมอแนะนำให้หลั่งอสุจิทิ้งก่อน หลังจากนั้นให้งดหลั่งก่อนถึงวันที่จะเก็บอสุจิเพื่อใช้ IUI ประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้ได้อสุจิที่จำนวนและ % ตัววิ่งที่เหมาะสมที่สุด

ส่วนฝ่ายหญิงทำตัวสบายๆ เมื่อมาถึงคลินิก ฝ่ายชายก็ไปเก็บอสุจิเองและนำใส่ในถ้วยปราศจากเชื้อ หลังจากนั้นอสุจิจะถูกนำไปปั่นล้างด้วยวิธี Density Gradients หรือ Swim-up ขึ้นอยู่กับจำนวนอสุจิเริ่มต้นว่ามีมากน้อยแค่ไหน และจะล้างเอาเม็ดเลือดขาวและเซลล์อักเสบออก

หลังจากนั้นจะถึงขั้นตอนทำ IUI คุณหมอจะใส่เครื่องมือ speculum เข้าไปในช่องคลอดเพื่อให้เห็นปากมดลูกของฝ่ายหญิง และจะใช้สายอ่อนๆ นุ่มๆ เหมือนหลอดนมยาวๆ สอดเข้าไปจนถึงด้านบนของโพรงมดลูก และจะฉีดอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกด้านบน ซึ่งแรงฉีดจะทำให้อสุจิวิ่งเข้าไปในท่อนำไข่ได้ดีขึ้น ช่วงเวลาที่ฉีดจะเป็นช่วงใกล้ไข่ตกมากที่สุด

เมื่อไข่และอสุจิผสมกันแล้วจะกลายเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนจะค่อยๆ แบ่งตัวพัฒนาไปเรื่อยๆ ระหว่างที่เดินทางจากท่อนำไข่เข้ามาฝังตัวในโพรงมดลูก โดยจะใช้เวลาประมาณ 7 วันหลังจากวันที่ทำ IUI

หลังจากที่ฉีดเชื้อเรียบร้อย ฝ่ายหญิงจะนอนพักประมาณ 30 นาที เพื่อให้อสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกได้ดีขึ้น และในวันนั้นแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย เพื่อจะได้เพิ่มจำนวนอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกมากที่สุด

ถึงแม้ว่าปริมาณอสุจิในการมีเพศสัมพันธ์ตามหลังจะน้อยลง แต่เป็นการเพิ่มอสุจิเข้าไปอยู่ในมดลูกให้มากที่สุด เพิ่มโอกาสที่อสุจิจะเข้าไปเจอกับไข่ได้มากขึ้น

หลังจากฉีดเชื้อประมาณ 1-2 วัน คุณหมอจะให้ยาฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ดีขึ้น หลังจากฉีดเชื้อแล้ว คนไข้ไม่จำเป็นต้องนอนนิ่งๆ เหมือนกับกรณีคนไข้ที่ย้ายตัวอ่อนจากการทำเด็กหลอดแก้ว โดยสามารถทำกิจกรรมทุกอย่างได้ตามปกติ เพราะหลังจากที่ตัวอ่อนปฏิสนธิยังต้องใช้เวลาเกือบ 1 สัปดาห์ ถึงจะเข้ามาฝังตัวในโพรงมดลูก เพราะฉะนั้นการทำ IUI จึงไม่จำเป็นต้องหยุดงานเพื่อนอนพักอยู่ที่บ้าน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

15:21 หลังจากทำ IUI นานแค่ไหนควรตรวจการตั้งครรภ์?

ประมาณ 14 วัน หลังจากวันที่ทำ IUI ก็สามารถตรวจการตั้งครรภ์แบบตรวจจากปัสสาวะได้แล้ว หากตรวจพบว่าตั้งครรภ์ คุณหมอแนะนำให้มาตรวจเจาะเลือดเพื่อคอนเฟิร์ม และนัดอัลตราซาวด์เพื่อตรวจติดตามดูถุงการตั้งครรภ์และหัวใจลูกต่อไป

16:45 เปอร์เซ็นต์ท้องของ IUI อยู่ที่เท่าไหร่?

โดยเฉลี่ยแล้ว เปอร์เซ็นต์ท้องเองตามธรรมชาติรวมกันทุกช่วงอายุ จะอยู่ที่ประมาณ 4% ต่อรอบ

การทำ IUI เปอร์เซ็นต์ท้องจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า อยู่ที่ประมาณ 10-15% แต่หากฝ่ายหญิงอายุน้อย เช่น อายุไม่เกิน 30 ปี และฝ่ายชายไม่มีปัญหาเรื่องอสุจิ โอกาสท้องจะสูงขึ้นได้ถึง 20% ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร เช่น อาจจะมีเพศสัมพันธ์ไม่ตรงวัน อสุจิวิ่งช้านิดหน่อย ก็อาจจะท้องได้จากการทำ IUI รอบที่ 1-2

18:01 IUI สามารถทำได้กี่รอบ?

ปกติแล้วเปอร์เซ็นต์ท้องของ IUI 1 รอบ จะอยู่ที่ 10-15% หากทำหลายรอบ อัตราการท้องสะสมจะสูงขึ้น และจะสูงสุดอยู่ที่ 6 รอบ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาว่าเราควรทำ IUI ไม่เกิน 6 รอบ เพราะหากทำเกิน 6 รอบ เปอร์เซ็นต์ท้องก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งคุณหมอสังเกตว่า ถ้าคนไข้จะท้องจาก IUI มักจะท้องที่รอบแรกหรือรอบสอง หากคนไข้ยังไม่อยากทำเด็กหลอดแก้ว ก็สามารถทำ IUI ต่อได้เรื่อยๆ แต่โอกาสท้องอาจจะไม่ได้มากนัก

19:14 หากทำ IUI แล้วไม่สำเร็จ ควรจะทำอย่างไร?

หากทำ 1-2 รอบแล้วไม่สำเร็จ โดยทุกรอบมีไข่โตดี เยื่อบุโพรงมดลูกสวย ฉีดอสุจิตรงกับวันที่ไข่ตกพอดี คุณหมออาจจะให้ไปฉีดสีเพื่อตรวจว่าท่อนำไข่ตันหรือไม่ หากฉีดสีแล้วพบว่าท่อไม่ตัน และคนไข้ยังอยากทำ IUI ต่อ ก็สามารถทำได้ แต่หากฉีดสีแล้วพบว่าท่อตัน ก็ควรเลือกไปทำเด็กหลอดแก้วแทน

โดยส่วนใหญ่ หาก IUI ไม่สำเร็จ แล้วคนไข้ยังอยากทำ IUI ต่อ ก็สามารถทำได้ หากไม่ได้มีปัจจัยที่ไม่ควรทำต่อ แต่ถ้าหากพิจารณาเลือกไปทำเด็กหลอดแก้ว ก็จะมีเปอร์เซ็นต์ท้องที่สูงกว่า

ข้อแตกต่างของเด็กหลอดแก้วกับ IUI คือ จำนวนไข่ต่อรอบ เนื่องจาก IUI คือการท้องเองตามธรรมชาติ ดังนั้นสามารถกระตุ้นให้มีไข่โตได้อย่างมากประมาณ 1-2 ใบต่อรอบ ถ้าไข่มากกว่านี้ อาจจะเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์แฝดโดยเฉพาะแฝด 3 แฝด 4 ซึ่งจะอันตรายต่อคุณแม่อย่างมาก

ดังนั้น แม้ว่าตอน Day 2 หรือ Day 3 จะเห็นไข่ 15 ใบ หลังทานยากระตุ้นให้ไข่โตเพื่อทำ IUI สุดท้ายจะเหลือไข่เพียง 1-2 ใบ แต่การทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งใช้ยาฉีดกระตุ้นให้ไข่โต จะทำให้ไข่ทั้ง 15 ใบโตขึ้นพร้อมๆ กัน ได้จำนวนไข่ต่อรอบมากกว่า จึงมีโอกาสมากกว่าท้องตามธรรมชาติหรือ IUI เพราะฉะนั้นในกรณีคนไข้ที่อายุค่อนข้างมาก เช่น ใกล้ 40 ปี หรือเคยตรวจพบว่ามีจำนวนไข่ไม่เยอะมาก หรืออสุจิไม่ได้ดีมาก หาก IUI แล้วไม่สำเร็จ คุณหมออาจจะไม่แนะนำให้คนไข้ทำ IUI ต่อไปเรื่อยๆ ถึง 5-6 รอบ แต่จะแนะนำให้ไปทำเด็กหลอดแก้ว เพื่อจะได้มีโอกาสตั้งครรภ์ที่ดีกว่าและเร็วกว่าการทำ IUI

21:58 กินยากระตุ้นไข่กับฉีดยากระตุ้นไข่ใน IUI มีความแตกต่างกันหรือไม่?

ปกติจะเริ่มจากยากินเป็นหลักก่อน โดยหวังผลให้ได้ไข่จำนวนประมาณ 1-2 ใบต่อรอบ

หากทานยาแล้วตอนสนองไม่ดี ก็จะพิจารณาใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่ในปริมาณต่ำๆ เพื่อกระตุ้นให้ไข่โต

24:03 ฉีดสีท่อนำไข่จำเป็นหรือไม่?

หากสงสัยว่าอาจจะมีท่อนำไข่ตัน เช่น มีประวัติเคยผ่าตัด โดยเฉพาะตรงบริเวณรังไข่หรือท่อนำไข่ เช่น ซีสต์หรือถุงน้ำรังไข่ โดยเฉพาะช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งด้วยตัวโรคเองทำให้เกิดพังผืด รวมถึงพังผืดจากการผ่าตัด จะทำให้ท่อนำไข่ตันได้ หรือคนที่มีประวัติปวดท้องประจำเดือนเรื้อรัง มีประวัติมดลูกอักเสบติดเชื้อ อัลตราซาวด์แล้วเห็นท่อนำไข่บวม ก่อนทำ IUI คุณหมอจะแนะนำให้ฉีดสีเพื่อตรวจดูท่อนำไข่ก่อน แต่ถ้าไม่ได้มีประวัติชัดเจน คุณหมออาจจะลองฉีดเชื้อก่อน หากไม่สำเร็จถึงจะแนะนำให้ตรวจเพิ่ม

25:36 วันที่ฉีดเชื้ออสุจิ 5 ล้านตัว ปริมาณเป็นอย่างไร?

ในการเตรียมเชื้อสำหรับทำ IUI อสุจิจะหายไปประมาณ 1 ใน 10 หากเริ่มต้นมีอสุจิ 50 ล้านตัว หลังจากเตรียมแล้วส่วนใหญ่จะเหลือประมาณ 5-10 ล้านตัว เพราะฉะนั้นในคนไข้ที่อสุจิน้อยมากตั้งแต่แรก หลังจากเตรียมอสุจิอาจจะเหลือน้อยจนมีโอกาสที่จะสำเร็จยาก อย่างไรก็ตาม คุณหมอเคยฉีด IUI หลังจากที่เตรียมแล้ว เชื้อตัววิ่งเหลืออยู่ 3 แสน คนไข้ก็ท้องได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ในการฉีดเชื้อที่มีปริมาณน้อย คุณหมอจะใส่สายเข้าไปให้ลึกขึ้น เพื่อให้ฉีดเข้าไปให้อสุจิได้ใกล้ไข่มากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องดูผลของน้ำเชื้อร่วมด้วย แต่ตัวเลขที่เหมาะสมก็คือ หลังจากที่เตรียมแล้ว ได้ตัววิ่งอยู่ที่ 5-10 ล้านตัวขึ้นไป เป็นตัวเลขที่ถือว่าเหมาะสม โอกาสท้องดีสำหรับการทำ IUI

27:17 หลังจากทำ IUI แล้วให้มีเพศสัมพันธ์ แนะนำเป็นช่วงเช้าหรือกลางคืน?

แนะนำเป็นช่วงกลางคืน ถ้านัดมาทำ IUI ในช่วงเวลากลางวัน และคาดว่าไข่จะตกในช่วงวันนั้น กลับบ้านไปคืนนั้นไปมีเพศสัมพันธ์กัน ถ้าไปทำเช้าอีกวันหนึ่งไข่อาจจะตกเลยไปไกล สรุปก็คือให้อสุจิเข้าไปอยู่ในโพรงมดลูกให้มากที่สุด ในช่วงเวลาที่ใกล้ไข่ตกมากที่สุด

👩🏻‍⚕️💬 หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ IUI สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ที่ Superior A.R.T. ได้ทุกวัน

LIVE หมอนิ พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา

พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา
สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก

ข่าวสารและบทความอื่นๆ

ไขความลับ ‘Golden Window’ ช่วงเวลาทองของการฝังตัวอ่อน

ทำไมแม้จะคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ และมดลูกดูสมบูรณ์แล้ว แต่การย้ายตัวอ่อนกลับยังไม่ประสบความสำเร็จ คำตอบถูกซ่อนอยู่ นั่นคือ ความพร้อมของเยื่อบุมดลูกในระดับโมเลกุล ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

เปลี่ยน “ตัวเลข” เป็น “แผนการรักษา” ที่แม่นยำด้วย AI Precision

ที่ Superior A.R.T. ใช้เทคโนโลยี AI Precision เปลี่ยน “ตัวเลข” จากผลแล็บธรรมดา ให้กลายเป็น “แผนการรักษา” ที่แม่นยำและออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ถามหมอ 💬 กับหมอนิ x คุณมิ้น มิณฑิตา : ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน รู้ลึกแค่ไหน? ทำไมต้องตรวจ?

ถามหมอกับหมอนิ EP. นี้ คุณมิ้น มิณฑิตา จะมาเป็นตัวแทนในการค้นหาคำตอบกับหมอนิ ว่าในการทำเด็กหลอดแก้ว ทำไมต้องตรวจโครโมโซมตัวอ่อน? และสิ่งที่ตรวจเจอ บอกอะไรได้บ้าง?