(คลิปย้อนหลัง ไลฟ์เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2567)
การวินิจฉัยเรื่องภาวะมีบุตรยากต้องอาศัยข้อมูลจากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ปกติแล้วจะใช้เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก เมื่อผู้หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกันสม่ำเสมอ มีเพศสัมพันธ์ปกติเป็นระยะเวลานานเกินกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี แล้วยังไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น จะเรียกได้ว่ามีปัญหาภาวะมีลูกยาก ใน EP. 62 นี้ คุณหมอจิว นพ. สิริเชษฐ์ อเนกพรวัฒนา (ว.47770) สูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการรักษาภาวะมีบุตรยาก จะมาพูดเรื่องเกี่ยวกับปัญหา มีลูกยาก ในฝ่ายชาย
ภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชาย มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน? 02:33
ภาวะมีบุตรยากประมาณครึ่งหนึ่งมีปัญหาของฝ่ายชายร่วมด้วย โดยประมาณ 20% เป็นปัญหาจากฝ่ายชายอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้มีปัญหาจากฝ่ายหญิง ซึ่งจะเห็นได้ว่าก็พบได้ค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีอีกประมาณ 10-15% ที่มีภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ
จะรู้ได้อย่างไรว่าปัญหามีบุตรยากเกิดจากฝ่ายชาย? 03:12
ง่ายที่สุดคือนำน้ำเชื้อของฝ่ายชายมาตรวจดูคุณภาพของน้ำอสุจิ ปกติจะแนะนำให้เตรียมตัวโดยการงดหลั่งประมาณ 2-5 วัน ก่อนจะมาเก็บน้ำเชื้อเพื่อทำการตรวจ เพื่อให้ได้คุณภาพน้ำเชื้อที่ดีที่สุด ถ้าตรวจพบว่ามีความผิดปกติ ก็แสดงว่าน่าจะมีปัญหาภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชาย
นอกจากนั้น อาจจะตรวจลูกอัณฑะ อวัยวะเพศ หรือสอบถามปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ เช่น สมรรถภาพทางเพศ ถ้าผู้ชายมีปัญหาเรื่องการแข็งตัว การหลั่ง หรือว่าปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ อาจจะบอกได้ว่ามีปัญหาภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชาย
ขนาดของลูกอัณฑะ 04:09
มีข้อมูลว่า ผู้ชายที่มีลูกได้ตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องมีลูกยาก ขนาดของลูกอัณฑะที่อ้างอิงจากค่าเฉลี่ยที่มาจากสถิติจะอยู่ที่ประมาณ 20 cc ในขณะที่ผู้ชายที่มีปัญหาเรื่อง มีลูกยาก พบว่าลูกอัณฑะจะมีขนาดเล็กกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 15-18 cc
ขนาดของลูกอัณฑะเท่าไร ถึงจะนับว่า มีลูกยาก ? 04:56
ไม่ได้มีเกณฑ์ชัดเจนว่าขนาดเท่าไรถึงจะเรียกว่ามีลูกยาก สุดท้ายจะดูจากคุณภาพน้ำเชื้อ ความสามารถในการมีลูก จากการที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีหรือมากกว่า การดูลูกอัณฑะอาจจะเป็นสิ่งที่ใช้ประกอบ ไม่ใช่เป็นปัจจัยหลักที่ใช้ในการวินิจฉัยคนไข้
สาเหตุของการเกิดภาวะมีลูกยากในฝ่ายชาย 05:26
ต้องทำความเข้าใจเรื่องการทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศชายก่อน ปกติแล้วอวัยวะที่จะมีบทบาทในการสร้างน้ำอสุจิ ก็คือลูกอัณฑะ ซึ่งจะทำหน้าที่ 2 อย่าง คือสร้างฮอร์โมนเพศชาย ที่ทำให้มีลักษณะของเพศชาย เช่น มีหนวด มีขน เสียงแตก เป็นต้น
นอกจากนี้ ลูกอัณฑะยังมีบทบาทในการสร้างตัวอสุจิ หลังจากที่สร้างตัวอสุจิ ลูกอัณฑะก็จะปล่อยตัวอสุจิผ่านไปตามท่อ แล้วจะออกมาสู่โลกภายนอกผ่านทางอวัยวะเพศ ดังนั้นการสร้างตัวอสุจิก็จะเกิดที่อัณฑะ แล้วก็ผ่านทางท่อที่มารวมท่อเดียวกับท่อปัสสาวะ แล้วก็ออกมาสู่ภายนอก
ซึ่งศูนย์ที่ควบคุมเหนือลูกอัณฑะก็คือสมอง สมองจะเป็นตัวที่สร้างฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการสั่งการให้ลูกอัณฑะสามารถสร้างฮอร์โมนเพศชาย และสร้างตัวอสุจิได้ตามปกติ ซึ่งสมองทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนที่เรียกว่า FSH กับ LH มีหน้าที่สั่งลูกอัณฑะให้สร้างสเปิร์มและสร้างฮอร์โมนเพศชาย
ปัญหาเรื่องมีลูกยากในผู้ชายจะแบ่งสาเหตุออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
- ปัญหาที่เกิดจากสมองสั่งการผิดปกติ ทำให้มีการสร้างฮอร์โมน FSH หรือ LH ที่ผิดปกติ ทำให้การทำงานของลูกอัณฑะผิดปกติไปด้วย
- ความผิดปกติของลูกอัณฑะ เช่น ลูกอัณฑะฝ่อหรือมีการทำงานที่ผิดปกติ ไม่สามารถสร้างสเปิร์มหรือฮอร์โมนเพศชายได้
- ปัญหาที่เกิดจากท่อหรือทางขนส่ง เป็นที่ตำแหน่งไหนก็ได้หลังจากลูกอันฑะ อาจจะมีการตีบตันของท่อ หรือตำแหน่งของท่อปัสสาวะ ทำให้สเปิร์มไม่สามารถจะขนส่งออกมาสู่ภายนอกได้ ทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอสุจิ
1. ปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง 07:46
1.1 ความผิดปกติที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด
ที่พบบ่อยแต่ก็ไม่ได้เจอเยอะมาก คือ Kallmann Syndrome เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมองที่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมน FSH และ LH จึงทำให้ไม่สามารถกระตุ้นลูกอัณฑะให้สร้างสเปิร์มและสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ ในคนไข้กลุ่มนี้จะมีปัญหาการรับรู้กลิ่นร่วมด้วย เพราะต่อมใต้สมองนี้พัฒนามาพร้อมกับประสาทรับกลิ่น และจะมีความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น เมื่ออายุ 13-14 ปีแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเข้าสู่วัยรุ่น ไม่มีนมแตกพาน ไม่มีขนขึ้นตามอวัยวะเพศ ไม่มีขนรักแร้ แล้วไม่มีน้ำอสุจิหลั่งออกมา คือไม่สามารถที่จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้ตามปกติ
1.2 ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลัง
2. ปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของลูกอัณฑะ 11:50
ตัวอัณฑะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศชาย หรือสร้างสเปิร์มได้ แบ่งเป็น
2.1 ความผิดปกติที่เป็นตั้งแต่กำเนิด ที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ที่พบบ่อยคือความผิดปกติของโครโมโซมเพศ
2.2 ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ที่ลูกอัณฑะอยู่ผิดตำแหน่ง
ในร่างกายเราอุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมกับการสร้างตัวอสุจิ ปกติแล้วอสุจิจะสร้างได้จำเป็นที่จะต้องอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส เป็นสาเหตุให้อัณฑะอยู่ภายนอกร่างกาย เพื่อที่จะได้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมในการสร้างตัวอสุจิ
ในบางคนที่มีความผิดปกติ เช่น มีอัณฑะทองแดง คือข้างหนึ่งอยู่ภายนอก และอีกข้างหนึ่งที่อยู่ในช่องท้อง ซึ่งอัณฑะข้างนั้นก็จะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการสร้างตัวอสุจิ ทำให้คุณภาพของน้ำเชื้อไม่ดี นอกจากนั้น พบว่ามันมีส่วนที่จะเหนี่ยวนำทำให้อัณฑะอีกข้างหนึ่งทำงานผิดปกติไปด้วย ดังนั้นถ้ามีอัณฑะข้างหนึ่งอยู่ในช่องท้อง แนะนำให้ผ่าตัดแก้ไข นอกจากนี้อัณฑะที่อยู่ในช่องท้องยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งของลูกอัณฑะที่อยู่ในช่องท้องได้ แนะนำให้ผ่าตัดแก้ไข หรือว่าตัดอัณฑะข้างนั้นที่อยู่ในช่องท้องออกไป เพื่อป้องกันปัญหา
2.3 ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลัง
3. ปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของท่อนำอสุจิ 17:26
ถึงแม้ว่าต่อมใต้สมองทำงานปกติ ลูกอัณฑะทำงานปกติ แต่หากท่อทำงานผิดปกติ ตัวอสุจิก็ไม่สามารถออกมาสู่ภายนอกทำให้เกิดการปฏิสนธิได้
3.1 ความผิดปกติแต่กำเนิด ก็คือในคนที่ไม่มีท่อตั้งแต่กำเนิด
3.2 เกิดขึ้นภายหลัง เช่น การทำหมัน ที่มีการผูกตัดท่อ จะทำให้ตัวท่อทำงานไม่ได้ อสุจิก็ออกมาไม่ได้
3.3 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน หนองในเทียม ถ้าทิ้งไว้นาน ไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีการอักเสบภายในท่อตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ท่อปัสสาวะ ท่อนำอสุจิ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการตีบตันของท่อ ตัวอสุจิก็ออกมาไม่ได้ ทำให้มีปัญหามีลูกยาก
3.4 ความผิดปกติที่เกิดจากระบบประสาท จะทำให้ตัวท่อไม่สามารถที่จะขยับแล้วนำตัวอสุจิให้เคลื่อนออกมาภายนอกได้ ที่พบบ่อย เช่น ในคนที่มีปัญหาเรื่องเบาหวานที่คุมไม่ดี จะมีปัญหาเรื่องท่อไม่สามารถขยับได้ดี ทำให้ไม่สามารถบีบอสุจิออกมาภายนอกได้ และอาจไหลย้อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้การตรวจคุณภาพของน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาไม่เห็นตัวอสุจิ หรือปริมาณของน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาน้อย ในคนไข้เบาหวานอาจจะต้องตรวจดูว่ามีน้ำอสุจิไหลย้อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะหรือไม่ ซึ่งการตรวจทำได้ง่ายมาก คือให้คนไข้ช่วยตัวเอง โดยอาจจะมีน้ำหลั่งออกมาหรือไม่มีก็ได้ หลังจากนั้นจึงเก็บปัสสาวะมาตรวจ หากพบว่ามีตัวอสุจิอยู่ในปัสสาวะ ก็คือพิสูจน์ได้ว่ามีปัญหาเรื่องของอสุจิไหลย้อนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ
อายุในฝ่ายชาย เป็นปัจจัยทำให้มีภาวะมีบุตรยากมากขึ้นหรือไม่? 20:27
อย่างที่ทราบกันว่า ในผู้หญิง คุณภาพไข่และจำนวนไข่จะลดลงตามอายุ ทำให้ผู้หญิงมีปัญหาเรื่องมีลูกยากมากขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 35 ปี และเมื่ออายุ 40 ปลายจนถึง 50 ปี ก็จะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน และไม่สามารถมีลูกได้
ในผู้ชาย คุณภาพของน้ำอสุจิเปลี่ยนแปลงช้ากว่านั้น โดยทั่วไปจะเริ่มพบว่ามีความถดถอยของคุณภาพน้ำอสุจิ หลังจากที่ผู้ชายอายุเกิน 45-50 ปีเป็นต้นไป โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ชายที่มีโรคร่วม มีโรครื้อรังต่างๆ เช่น อ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันที่คุมไม่ดี จะมีปัญหาคุณภาพของน้ำอสุจิที่ลดลงตามอายุได้มากกว่าปกติ ในขณะที่ผู้ชายที่อายุเยอะขึ้นแต่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี คุณภาพน้ำเชื้อก็ลดลง แต่ไม่ได้ลดลงมาก ซึ่งในบางคนที่อายุ 60-70 ปี ก็ยังสามารถที่จะมีลูกได้
แต่ปัญหาที่เราพบในผู้ชายที่อายุเยอะขึ้นคือ อาจจะมีความผิดปกติของ DNA เยอะขึ้น หรือมีความแตกหักของ DNA ของตัวสเปิร์ม ซึ่งจะพบมากขึ้นตามอายุ อาจจะส่งผลทำให้คุณภาพของตัวอ่อนที่เกิดจากการทำ ICSI ลดลงได้ แต่ก็มีเทคโนโลยีหรือว่าเทคนิคที่ใช้ในการคัดตัวสเปิร์มที่มีปัญหาเรื่องความแตกหักของโครโมโซมเพื่อคัดออกไป แล้วก็เลือกตัวที่มีความแตกหักของโครโมโซมน้อย เพื่อใช้ในการทำ ICSI ก็จะทำให้คุณภาพของตัวอ่อนดีขึ้นได้ เทคโนโลยีนั้นเรียกว่า Sperm MACS
นอกจากนี้ในคนที่อายุเยอะขึ้น จะมีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ เช่น ความต้องการทางเพศลดลง ความสามารถในการแข็งตัวลดลง การหลั่งอสุจิสำเร็จได้น้อยลงตามอายุ
การรักษาภาวะมีบุตรยากของฝ่ายชาย 23:00
อันแรกเป็นเรื่องของการรักษาตามสาเหตุ หากมีเส้นเลือดขอดที่อัณฑะ ก็ผ่าตัดรักษา หรือเป็นหนองใน หนองในเทียม แนะนำให้รักษาการติดเชื้อให้เร็ว ก็จะลดความเสี่ยงของการเกิดท่อนำอสุจิตีบตัน
นอกจากนี้ สิ่งที่เราทำได้ก็คือ การปรับพฤติกรรมสุขภาพให้เป็นไปในทางที่ดี เช่น การลดน้ำหนักในคนที่มีน้ำหนักเกิน การทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การลดดื่มสุรา การงดสูบบุหรี่ รวมถึงการเลิกสารเสพติดต่างๆ ก็จะทำให้คุณภาพของอสุจิดีขึ้นได้
สำหรับยาบำรุงที่แนะนำให้ใช้ เพื่อช่วยเรื่องของคุณภาพอสุจิ คือ ซิงค์ (Zinc) โฟลิค (Folic) และ CoQ10 รวมถึงผู้หญิงก็สามารถทานได้ด้วย
ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาได้ หรือไม่รู้สาเหตุ จำเป็นต้องใช้วิธีทางการแพทย์ช่วย หรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ช่วยในการมีลูก
การเลือกสเปิร์มคุณภาพดี 25:25
เพื่อให้ได้ตัวอ่อนที่คุณภาพดี จะมีขั้นตอนและหลักการที่แตกต่างกันไป โดยจะดูเป็นรายๆ ไป ดังนี้
โดยทั่วไปจะใช้การปั่นตกของตัวสเปิร์ม แล้วก็ใช้การ Swim Up คือการทำให้สเปิร์มวิ่งขึ้นมาที่ด้านบนของสารละลาย แล้วเก็บตัวสเปิร์มตรงนั้นมา ก็จะได้ตัวสเปิร์มที่แข็งแรงดีพอสมควร เพราะสามารถที่จะวิ่งขึ้นมาด้านบนได้ และจะไปดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูรูปร่างหน้าตาของตัวอสุจิ ดูหัว ดูตัว ดูหาง ว่ารูปร่างหน้าตาโอเค แล้วนักวิทย์ก็จะเลือกตัวที่ดีเพื่อยิงเข้าไปในไข่ให้เกิดการปฏิสนธิ ซึ่งเป็นเทคนิคมาตรฐานที่ใช้ในการคัดตัวสเปิร์ม
ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอสุจิ ตัวเคลื่อนไหวไม่ดี หรือมีปัญหา DNA ที่แตกหัก หรือว่ามี Fragmentation ของสเปิร์มที่เยอะ จะใช้ Microfluidics ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คัดแยกสเปิร์มที่เคลื่อนไหวดี เพื่อเอามาใช้ โดยจะใส่อสุจิเข้าไปที่ช่องตรงกลางหรือด้านบนในบางยี่ห้อ โดยตัวอสุจิจะว่ายผ่าน filter ช่องเล็กๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าไปที่ปลายทาง และจะคัดเอาตัวอสุจิที่เดินทางมาถึงปลายทางเพื่อมาใช้ในการทำอิ๊กซี่
ในคนที่มีปัญหาเรื่อง Fragmentation เยอะๆ หรือในคนที่อายุเกิน 45-50 ปีขึ้นไป แล้วตรวจพบว่ามีความผิดปกติของ DNA หรือว่ามีการแตกหักของ DNA เยอะ ซึ่งปกติจะตัดเกณฑ์ที่ประมาณ 25-30% ถ้าเกินเกณฑ์ที่กำหนดจะแนะนำให้คนไข้ใช้เทคนิคที่สามารถแยกตัวสเปิร์มที่มีปัญหาเรื่อง DNA ออกไป ซึ่งเรียกว่า MACS Sperm เป็นเทคนิคที่ใช้สนามแม่เหล็กมาช่วยในการคัดตัวสเปิร์มที่มีคุณภาพให้ได้ในตอนปลายทาง หลักการก็คือใช้น้ำยา Annexin V ใส่เข้าไปในน้ำอสุจิที่ผ่านกระบวนการแล้ว ซึ่ง Annexin V สามารถจับกับสเปิร์มที่มีปัญหาเรื่อง DNA ได้ หลังจากนั้นจะเอาน้ำอสุจิที่ผ่านการจับกับ Annexin V ผ่านเข้าไปในสนามแม่เหล็ก จากนั้นตัวสเปิร์มที่มี DNA แตกหักที่จับกับ Annexin V จะถูกดูดด้วยสนามแม่เหล็ก ฉะนั้นก็จะไม่สามารถลอดท่อไปได้ สเปิร์มที่ว่ายมาที่ปลายทางได้คือสเปิร์มที่ไม่มีปัญหาเรื่อง DNA นั่นเอง ซึ่งสามารถช่วยเรื่องคุณภาพตัวอ่อนได้
หากลองทุกวิธีแล้ว แต่คุณภาพตัวอ่อนไม่ดี อาจจะพิจารณาการทำ TESE หรือการเอาตัวอสุจิจากลูกอัณฑะโดยตรง พบว่าในคนที่มีปัญหา DNA แตกหักในสเปิร์มที่หลั่งออกมาสูง ถ้าไปเก็บตัวสเปิร์มจากตัวลูกอัณฑะโดยตรง อาจจะมี DNA Fragmentation ที่น้อยลงได้ อาจทำให้คุณภาพของตัวอ่อนดีขึ้นได้
ถ้าอสุจิไม่เคลื่อนที่ทำอย่างไร? 30:50
ต้องดูว่าตัวอสุจิตายหรือไม่ หรือมีปัญหาเรื่องหางที่ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ ต้องตรวจดูว่าตายหรือไม่ตาย และเลือกตัวที่ไม่ตายมาใช้ในการทำ ICSI ถ้าสุดท้ายแล้วไม่มีตัวที่ปกติ หรือมีจำนวนตัวอสุจิตัวเป็นในน้ำหลั่งน้อยมาก อาจต้องพิจารณาทำ TESE เก็บอสุจิจากลูกอัณฑะโดยตรง เพื่อให้ได้ตัวอสุจิที่มีชีวิตอยู่มาใช้ในการทำ ICSI
นอกจากนั้นต้องตรวจดูว่าสาเหตุที่ตายเกิดจากอะไร การติดเชื้อเรื้อรังในตัวท่อนำอสุจิ มีสารเคมีหรือสารพิษต่างๆ ทำให้ตัวอสุจิตายไม่เคลื่อนที่ได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าตรวจเจอว่าตัวอสุจิไม่เคลื่อนที่และเป็นการตรวจครั้งแรก แนะนำให้ทานยาบำรุง การปรับพฤติกรรมสุขภาพ ดื่มน้ำเยอะๆ และนัดมาตรวจซ้ำอีกครั้ง 1-3 เดือนหลังจากที่ตรวจครั้งแรก ซึ่งก็อาจจะกลับมาเป็นปกติหรือดีขึ้นก็ได้
การทำ PESA และ TESE 32:23
กรณีที่หลั่งออกมาแล้ว ตรวจน้ำอสุจิ ไม่มีตัวอสุจิเลย หรือในคนที่เคยทำหมันชาย ต้องไปเอาจากตัวลูกอัณฑะโดยตรง ซึ่งมี 2 เทคนิค คือ
- PESA เป็นการแทงเข็มเล็กๆ ผ่านทางผิวหนังเข้าไปในท่อพักตัวอสุจิ แล้วดูดเอาน้ำที่อยู่ในท่อเพื่อไปตรวจดูว่ามีตัวอสุจิอยู่ในท่อตรงนี้หรือไม่ จากนั้นก็เอาตัวอสุจิในนี้ไปทำ ICSI
- TESE ในกรณีที่เก็บตัวอสุจิจากท่อพักไม่ได้ หรือเก็บมาได้น้อยมาก ไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้ทำ ICSI ก็จะต้องเก็บด้วยวิธี TESE โดยจะเก็บจากลูกอัณฑะโดยตรง โดยระหว่างที่ทำคนไข้จะได้รับยาสลบผ่านทางเส้นเลือด ซึ่งคนไข้จะไม่รู้สึกตัว แล้วฉีดยาชาเพื่อบล็อกไม่ให้อัณฑะข้างนี้รู้สึกได้ หลังจากฉีดยาชาก็จะลงแผลเล็กๆ ประมาณ 5-6 มม. แล้วกรีดเข้าไปที่ลูกอัณฑะ เก็บเซลล์ในลูกอัณฑะโดยตรง โดยเซลล์ที่อยู่ในลูกอัณฑะจะเป็นท่อขดๆ สีเหลืองๆ ซึ่งจะนำเอาท่อนี้ไปตรวจดูว่ามีตัวอสุจิหรือไม่ ถ้าได้ตัวอสุจิ ก็จะเอาไปใช้ในการทำ ICSI หรือว่าแช่แข็งเก็บไว้ใช้ในอนาคต จากนั้นก็จะเย็บปิดแผลโดยใช้ไหมละลาย ไม่ต้องกลับมาตัดไหม คนไข้กลับไปได้ตามปกติ หลังทำอาจจะหน่วงๆ ท้องนิดหน่อย 1-2 วันก็จะดีขึ้น
จะรู้ได้ยังไงว่าผู้ชายเป็นหมันหรือไม่? 35:04
เป็นหมัน หมายความว่าไม่สามารถมีลูกได้ ถ้าไม่สามารถมีลูกได้ตามธรรมชาติ ก็คือตรวจน้ำอสุจิมาแล้วไม่มีตัวอสุจิเลย อันนั้นเรียกว่าเป็นหมัน ตราบใดก็ตามที่น้ำหลั่งอสุจิยังมีตัวอสุจิอยู่ ไม่ว่าจะหลักหมื่น หลักแสน หรือเท่าไรก็ตาม ก็ยังมีโอกาสที่จะมีลูกได้ เพียงแต่โอกาสน้อยกว่าปกติ แม้ว่าจะตกเกณฑ์ปกติ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะสามารถมีลูกได้ แม้ค่าอสุจิจะตกเกณฑ์ ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นหมัน เว้นแต่ว่าค่าอสุจิที่ได้จากน้ำหลั่งมันเป็น 0 อันนั้นถึงจะสรุปได้ว่าเป็นหมัน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตัวอสุจิที่หลั่งออกมาไม่มีเลย อาจจะใช้วิธีทางการแพทย์ช่วย ไม่ว่าจะเป็น การทำ PESA หรือว่าการทำ TESE เพื่อเอาตัวสเปิร์มจากลูกอัณฑะโดยตรงมาใช้ในการปฏิสนธิ หรือการทำ ICSI หากทำ PESA หรือ TESE แล้วไม่ได้ตัวอสุจิ ก็อาจจะต้องใช้อสุจิบริจาค เพื่อใช้ในการทำ IUI หรือ ICSI ต่อไป ก็ต้องดูเป็นรายๆ ไป
ถ้ากินยารักษาเรื่องผม จะทำให้ มีลูกยาก ไหม? 36:58
ปัญหาผมร่วงที่เกิดในเพศชาย สาเหตุเป็นเพราะฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ผมร่วงในลักษณะร่วงกลางหัว อาจจะร่วงตั้งแต่หน้าผากขึ้นไป ร่วงกลางกระหม่อม หรือร่วงด้านบน ซึ่งเป็นผมร่วงในบางตำแหน่ง โดยการรักษาผมร่วง จะพยายามกดฮอร์โมนเพศชายให้ต่ำลง ทำงานได้น้อยลง ซึ่งพอฮอร์โมนเพศชายในร่างกายที่เราสร้างเองทำงานได้น้อยลง อาจจะทำให้คุณภาพของน้ำอสุจิลดลงได้ ดังนั้นในคนที่รักษาเรื่องผมร่วงอยู่แนะนำให้หยุดยาผมร่วงอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป เพื่อให้คุณภาพอสุจิดีขึ้น เนื่องจากรอบในการสร้างสเปิร์มใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แล้วค่อยมาเริ่มกระบวนการรักษาก็จะดีกว่า
ถ้าเป็นมะเร็งอัณฑะยังสามารถมีลูกได้ไหม? 38:10
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน สำหรับคนที่เป็นมะเร็งอัณฑะแล้วจำเป็นที่ต้องได้รับการผ่าตัดรักษา แนะนำให้แช่แข็งตัวสเปิร์มไว้ก่อน โดยหากสามารถหลั่งได้และมีตัวสเปิร์มที่อยู่ในน้ำหลั่ง ก็สามารถที่จะแช่แข็งเก็บไว้ก่อนได้ เพราะการผ่าตัดรักษาอาจจำเป็นต้องตัดลูกอัณฑะ หรือให้เคมีบำบัด ฉายแสง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิในอนาคต ทำให้โอกาสมีลูกน้อยลง จึงแนะนำให้มาแช่แข็งสเปิร์มเก็บไว้ ก่อนที่จะไปเริ่มกระบวนการรักษา
ผู้ชายกลุ่มไหนที่อสุจิคุณภาพดี? 39:10
พฤติกรรมสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น การสัมผัสสารเคมีต่างๆ รวมถึงมลภาวะในสิ่งแวดล้อม PM 2.5 ก็ส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิเหมือนกัน พฤติกรรมสุขภาพที่หลีกเลี่ยงคือการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา เพื่อให้คุณภาพอสุจิดีขึ้น การใช้สารเสพติด หรือสารเคมีต่างๆ เป็นระยะเวลานาน มีผลต่อคุณภาพอสุจิ
หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทางของ Superior A.R.T.
LIVE โดย

นพ. สิริเชษฐ์ อเนกพรวัฒนา
สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก
ข่าวสารและบทความอื่นๆ





