ข่าวสารและบทความ

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.71 ❝มีลูกหนึ่งคน ต้องมีไข่เท่าไหร่ถึงเพียงพอ เจาะลึกกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) และปัจจัยที่ควรรู้❞

(คลิปย้อนหลัง ไลฟ์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 โดยหมอนิ พญ.นิศารัตน์ สุนทราภา (ว.36947) สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก)

สำหรับคู่ที่กำลังเผชิญกับปัญหามีบุตรยาก หรือผู้ที่กำลังวางแผนครอบครัว มักจะมีคำถามยอดฮิตว่า “ถ้าอยากมีลูก 1 คน เราจะต้องเก็บไข่ให้ได้กี่ใบถึงจะเพียงพอ?” และ “ทำไมตอนเก็บไข่ได้ตั้ง 10 ใบ แต่สุดท้ายพอเลี้ยงเป็นตัวอ่อนกลับไม่ได้ 10 ตัว?” บทความนี้เรียบเรียงเนื้อหาโดยละเอียดจากไลฟ์ Superior A.R.T. EP.71 ที่จะไขข้อข้องใจตั้งแต่กลไกการตกไข่ตามธรรมชาติ กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ในห้องปฏิบัติการ อัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อนตามสถิติ ปัจจัยเรื่องอายุต่อความผิดปกติของโครโมโซม ตลอดจนเทคนิคการบำรุงร่างกายเพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์


📑 สารบัญเนื้อหา (คลิกเพื่ออ่านตามหัวข้อ)


อยากมีลูก 1 คน ต้องใช้ไข่กี่ใบ? ทำไมเก็บไข่ได้เยอะแต่ได้ตัวอ่อนน้อย?

Timestamp 00:01:16

หลายคนเมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากมักตั้งคำถามว่า หากเราต้องการมีลูกที่สมบูรณ์แข็งแรง 1 คน เราควรจะต้องกระตุ้นและเก็บไข่ให้ได้จำนวนกี่ใบ? และเมื่อเก็บไข่ได้ เช่น เก็บได้ 10 ใบ ทำไมถึงไม่ได้ตัวอ่อน 10 ตัวเท่าจำนวนไข่ที่เก็บได้?

ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่เกิดจากการคิดว่าไข่ทุกใบที่เก็บได้จะสามารถเจริญเติบโตไปเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์ได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง กระบวนการปฏิสนธิและการพัฒนาของตัวอ่อนตามธรรมชาติต้องผ่านการคัดสรรหลายขั้นตอน บทความนี้จะนำเสนอคำตอบว่าเหตุใดจำนวนไข่จึงลดลงในแต่ละขั้นตอน รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่มีภาวะไข่เยอะ หรือไข่น้อย และผู้ที่ต้องการมีลูกมากกว่า 1 คน

กลไกการตกไข่และการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ VS ผู้มีภาวะมีบุตรยาก

Timestamp 00:02:34

ในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง แต่ละรอบเดือนร่างกายจะเตรียม “กลุ่มไข่ตั้งต้น” ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง

  • ผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปี ที่มีระดับฮอร์โมน AMH (Anti-Müllerian Hormone) และจำนวนไข่สำรองอยู่ในเกณฑ์ปกติ ในช่วงต้นรอบเดือนจะมีไข่ตั้งต้นขนาดเล็กเท่าๆ กัน (ประมาณ 4–7 มิลลิเมตร) อยู่ที่ประมาณ 10++ใบ
  • เมื่อผ่านไปประมาณ 5 วันนับจากประจำเดือนมาวันแรก ร่างกายจะคัดเลือกไข่เพียง 1 ใบที่เก่งที่สุด ซึ่งก็คือไข่ที่มีตัวรับฮอร์โมน (Hormone Receptor) มากที่สุด ให้เจริญเติบโตต่อจนถึงช่วงกลางรอบเดือนและเกิดการตกไข่ ส่วนไข่ใบอื่นๆ ในกลุ่มจะฝ่อไป
  • หากไข่ใบที่ตกได้ผสมกับอสุจิที่แข็งแรง ในช่วงเวลาที่เยื่อบุโพรงมดลูกมีความพร้อม ก็จะเกิดการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ

ข้อสังเกต: สำหรับผู้หญิงที่อายุน้อย (ไม่เกิน 30–35 ปี) แม้จะมีจำนวนไข่น้อย แต่ถ้ามีไข่ตกเพียง 1 ใบ และไข่นั้นมีคุณภาพดี โครโมโซมปกติ สเปิร์มแข็งแรง ก็สามารถตั้งครรภ์ธรรมชาติได้ง่ายๆ แต่ในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากและไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ การทำเด็กหลอดแก้วจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการกระตุ้นไข่เพื่อให้ได้ไข่หลายใบโตพร้อมๆ กันในรอบเดียว เพื่อนำมาผ่านกระบวนการคัดสรรในห้องปฏิบัติการต่อไป

กระบวนการเด็กหลอดแก้ว (ICSI) และขั้นตอนการเจริญเติบโตของตัวอ่อน

Timestamp 00:04:54

ในวันที่ฝ่ายหญิงเข้ารับการเก็บไข่ ฝ่ายชายก็จะทำการเก็บอสุจิ จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการจะคัดเลือกอสุจิที่มีรูปร่างปกติและว่ายน้ำได้ดีที่สุด นำมาทำ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) โดยการฉีดอสุจิ 1 ตัว เข้าไปในไข่สุก 1 ใบ (ระยะ Metaphase II หรือ MII) หลังเก็บไข่ประมาณ 4 ชั่วโมง

หลังจากการปฏิสนธิ นักวิทยาศาสตร์จะเฝ้าติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อนทุกวัน ดังนี้:

  • Day 1 (หลังทำ ICSI 1 วัน): ตรวจเช็กการปฏิสนธิ หากปกติจะเห็นเป็นตัวอ่อนระยะ 1 เซลล์ที่มี 2 Pronuclei (2PN) วงกลมเล็กๆ 2 วงภายในเซลล์ โดยมาจากไข่ของแม่ 1 วง และจากสเปิร์มของพ่อ 1 วง
  • Day 2 (ระยะ 2–4 เซลล์): เซลล์จะเริ่มแบ่งตัวทวีคูณจาก 1 เป็น 2 เซลล์ และเพิ่มเป็น 4 เซลล์ในช่วงปลายวันที่ 2
  • Day 3 (ระยะ 6–8 เซลล์): ตัวอ่อนที่สวยงามสมบูรณ์ เซลล์จะต้องมีขนาดเท่ากันทุกเซลล์ ขอบเขตชัดเจน แต่หากเซลล์บางส่วนแบ่งตัวไม่ไหวหมดแรง ก็จะกลายสภาพเป็น “เศษเซลล์” (Fragmentation) ยิ่งมีเศษเซลล์เยอะ แปลว่าคุณภาพตัวอ่อนไม่ดี
  • Day 4 (ระยะ Morula): เซลล์จะเริ่มรวมตัวกอดกันเป็นก้อน (Compaction) ลักษณะคล้ายผลน้อยหน่า
  • Day 5 (ระยะ Blastocyst): เป็นระยะที่ตัวอ่อนเจริญเติบโตสมบูรณ์ โดยจะแบ่งเซลล์ออกเป็น 2 กลุ่มชัดเจน ได้แก่:
  • 1. Inner Cell Mass: กลุ่มเซลล์ด้านในที่จะพัฒนากลายเป็นตัวเด็กในอนาคต
  • 2. Trophectoderm: กลุ่มเซลล์ด้านนอกที่จะพัฒนากลายเป็นรก ทำหน้าที่ยึดฝังตัวกับโพรงมดลูก

Attrition Rate: ทำไมจำนวนตัวอ่อนถึงลดลงในแต่ละระยะ?

Timestamp 00:08:57

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ตัวอ่อนเท่ากับจำนวนไข่ที่เก็บได้ เกิดจากอัตราการคัดทิ้งตามธรรมชาติในห้องปฏิบัติการ (Attrition Rate) ซึ่งสถิติค่ากลางมาตรฐาน มีดังนี้:

ขั้นตอนการพัฒนา

อัตราส่วนรอดชีวิต

ตัวอย่างคำนวณจากไข่ 10 ใบ

ไข่สุกที่เก็บได้ (MII)

100%

10 ใบ

ปฏิสนธิสำเร็จเป็น Day 1 (2PN)

~60-80%

6 – 8 ตัวอ่อน

พัฒนาถึงระยะ Blastocyst (Day 5)

~50% ของ Day 1

3 – 4 ตัวอ่อน

ปัจจัยที่ทำให้จำนวนตัวอ่อนลดลงมากกว่าปกติ:

  • คุณภาพไข่ของแม่: ฝ่ายหญิงมีโรคประจำตัว เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือ ช็อกโกแลตซีสต์ (Endometriosis) ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและการปฏิสนธิของไข่ หรือภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) ที่อาจทำให้ได้ไข่ปริมาณมากแต่คุณภาพต่ำ รวมถึงคุณแม่ที่อายุมาก
  • คุณภาพสเปิร์มของพ่อ: หากสเปิร์มมีรูปร่างผิดปกติมาก หรือมีอัตราการแตกหักของ DNA ที่หัวสเปิร์มสูง (High DNA Fragmentation) จะส่งผลให้อัตราการปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน Day 1 ต่ำลงอย่างชัดเจน

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) และอายุคุณแม่

Timestamp 00:11:43

เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตมาถึงระยะ Blastocyst ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจโครโมโซม (PGT-A) ทั้ง 23 คู่ โดยนักวิทยาศาสตร์จะตัดดึงเซลล์ออกมาประมาณ 5–7 เซลล์ เฉพาะบริเวณที่จะพัฒนากลายเป็นรก (Trophectoderm) โดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเซลล์ส่วนที่จะโตเป็นตัวเด็ก (Inner Cell Mass) เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์

ปัจจัยในการคัดเลือกตัวอ่อนที่จะนำไปตรวจโครโมโซม

  • ตัวอ่อนคุณภาพดี 
  • เห็นเซลล์ส่วนที่เป็นตัวเด็กและตัวรกชัดเจน
  • ยังคงมีคุณภาพดีหลังละลายตัวอ่อนที่แช่แข็ง

ปัจจัยที่มีผลต่อโครโมโซมตัวอ่อนมากที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “อายุของคุณแม่” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) ซึ่งเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง (มี 3 แท่ง)

  • อายน้อยกว่า 25 ปี: โอกาสเกิดดาวน์ซินโดรมต่ำมาก
  • อายุ 35 ปี: อัตราความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 250
  • อายุ 40 ปี: อัตราความเสี่ยงพุ่งสูงถึง 1 ต่อ 69
5 คำถามยอดฮิต ของคนมีลูกยาก กราฟแสดงจำนวนไข่กับอายุ

ที่มา: www.cdc.gov/birth-defects/

อยากมีลูกหนึ่งคน ต้องมีไข่เท่าไหร่ ถึงเพียงพอ
5 คำถามยอดฮิต ของคนมีลูกยาก เปอร์เซ็นต์ตัวอ่อนปกติในแต่ละช่วงวัย

ที่มา:  Munne et al. Reprod Biomed Online

สถิติตัวอ่อนโครโมโซมปกติจำแนกตามอายุคุณแม่จากกรณีที่ตรวจตัวอ่อน 10 ตัว:

  • อายน้อยกว่า 35 ปี: มีโอกาสได้ตัวอ่อนโครโมโซมปกติประมาณ 63%
  • อายุ 35 – 37 ปี: มีโอกาสได้ตัวอ่อนโครโมโซมปกติประมาณ 55%
  • อายุ 38 – 40 ปี: มีโอกาสได้ตัวอ่อนโครโมโซมปกติประมาณ 37%
  • อายุ 41 – 42 ปี: มีโอกาสได้ตัวอ่อนโครโมโซมปกติประมาณ 25%

Safe Zone: จำนวนไข่ที่ควรเก็บเพื่อให้ได้ลูกที่แข็งแรง 1 คน

Timestamp 00:17:08

จากข้อมูลทางสถิติข้างต้น สามารถสรุปจำนวนไข่ที่ควรเก็บเพื่อเป้าหมายการมีลูก 1 คน ได้ดังนี้:

  • คุณแม่อายน้อย (ต่ำกว่า 35 ปี): เก็บไข่ได้ประมาณ 10 ใบ ถือว่าเพียงพอในการได้ตัวอ่อนที่ปกติ และมีโอกาสได้ลูก 1 คน หรืออาจจะมากกว่า 1 คน
  • คุณแม่อายุเยอะ (มากกว่า 35 ปีขึ้นไป): ไข่ 10 ใบอาจจะไม่เพียงพอ จำนวนไข่ที่เป็น Safe Zone สำหรับการกระตุ้น 1 รอบ คือประมาณ 15 – 20 ใบ เพื่อเผื่ออัตราการลดลงในแต่ละขั้นตอน

ข้อคิดสำคัญ: สถิติเป็นเพียงตัวเลขค่าเฉลี่ย แม้คุณแม่อายุเยอะหรือเก็บไข่ได้น้อย แต่ถ้าหากไข่ในรอบนั้นมีไข่ที่เป็น “Golden Egg” หรือไข่ที่โครโมโซมสมบูรณ์ปกติอยู่ ก็มีโอกาสได้ตัวอ่อนที่ปกติและตั้งครรภ์สำเร็จได้เช่นกัน สรุปคือ “อายุน้อย ไข่น้อยหมอไม่ค่อยกังวล แต่อายุเยอะ การมีไข่เยอะไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า”

วิธีบำรุงไข่ ปรับไลฟ์สไตล์เพิ่มคุณภาพไข่ก่อนกระตุ้นไข่

Timestamp 00:18:41

แม้เราจะไม่สามารถสั่งให้ร่างกายสร้างปริมาณไข่ขึ้นมาใหม่ได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อบำรุงคุณภาพของไข่ที่มีอยู่ให้ดีที่สุดก่อนเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่ได้ดังนี้:

  • 1. เข้านอนให้ตรงเวลา: ควรนอนในช่วง 23:00 – 02:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ออกมาเต็มที่ ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนารอบไข่
  • 2. โภชนาการเน้นโปรตีนและลดน้ำตาล: รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หรือโปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) และลดหวาน/ลดน้ำตาล หากน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนักก่อน เพื่อให้ตอบสนองต่อยากระตุ้นได้ดีขึ้น
  • 3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ออกกำลังกายปานกลาง ไม่หนักเกินไป ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
  • 4. ทานวิตามินเตรียมพร้อมตั้งครรภ์: ทาน Folic Acid และวิตามินรวมสำหรับคนท้อง
  • 5. ทานสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants): ทาน CoQ10, Vitamin C ล่วงหน้าประมาณ 2–3 เดือนก่อนกระตุ้นไข่ ส่วน DHEA ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน เนื่องจากมีประโยชน์เฉพาะบางราย และอาจทำให้ไข่ลดลงในบางคน

โอกาสตั้งครรภ์ต่อการย้ายตัวอ่อน และข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีไข่น้อย

Timestamp 00:20:38

หากอยู่ในภาวะ Perfect Condition ได้แก่:

  • มดลูกเรียบสวย เยื่อบุโพรงมดลูกหนาประมาณ 8–12 มิลลิเมตร เรียงตัวสวย 3 ชั้น
  • ระดับฮอร์โมนดี
  • ตัวอ่อนผ่านการตรวจโครโมโซมปกติ และหลังละลายออกมาคุณภาพยังคงดี

อัตราการตั้งครรภ์ต่อการย้ายตัวอ่อน 1 ครั้ง ที่คลินิก Superior A.R.T. คือ 70-75%

แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีไข่น้อย:

สำหรับผู้ที่มีไข่น้อย แนะนำให้เตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด และ “เลือกรอบเดือนที่เหมาะสมในการกระตุ้น” โดยเข้ามาตรวจอัลตราซาวด์ในวันที่ 2 ของประจำเดือน เพื่อประเมินจำนวนไข่ตั้งต้น (AFC) ควบคู่กับการตรวจระดับฮอร์โมน AMH หากรอบเดือนไหนมีจำนวนไข่สวยและระดับฮอร์โมนดี ค่อยตัดสินใจเริ่มกระตุ้นไข่ในรอบนั้น

Case Study ถอดบทเรียนเคสประทับใจ: ไข่ตกก่อนเก็บแต่ประสบความสำเร็จด้วย IUI

Timestamp 00:22:39

คุณหมอได้แชร์เคสประทับใจจากประสบการณ์จริงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจจะรักษาภาวะมีบุตรยาก

  • ประวัติผู้ป่วย: คนไข้เคยทำ ICSI จากหลายแห่งมาแล้ว 5 รอบ ได้จำนวนไข่พอใช้ แต่ผสมปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน Day 1 ต่ำมาก (เพียง 30%–40%) และตัวอ่อนพัฒนาถึง Day 5 น้อยมาก
  • เหตุการณ์วันเก็บไข่: คนไข้มารักษาที่คลินิกในวัย 43–44 ปี กระตุ้นไข่ได้ประมาณ 5 ใบ แต่เมื่อเข้าห้องผ่าตัด คุณหมออัลตราซาวด์พบว่า ไข่ทั้ง 5 ใบได้ตกไปหมดแล้ว ไม่เหลือให้เก็บไข่
  • การแก้ไขปัญหา: คุณหมอตัดสินใจเปลี่ยนแผนเฉพาะหน้าด้วยการทำ IUI (ฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก) แทนเพื่อไม่ให้เสียโอกาส
  • ผลลัพธ์ปาฏิหาริย์: คนไข้ตั้งครรภ์จากการทำ IUI ในรอบนั้น ผลอัลตราซาวด์และผลตรวจ NIPT คัดกรองดาวน์ซินโดรมออกมาปกติสมบูรณ์ จนคลอดบุตรที่แข็งแรงได้สำเร็จ

บทเรียนที่ได้รับ: แม้จะอายุมาก ไข่น้อย หรือไข่ตกก่อนกำหนด แต่หากไข่ในรอบนั้นเป็นไข่ที่ดี (Golden Egg) ธรรมชาติและร่างกายของคุณแม่ก็สามารถทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ บางครั้งไข่ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในร่างกายตามธรรมชาติอาจทำหน้าที่ได้ดีกว่าการนำออกมาเลี้ยงนอกร่างกาย

สรุป: การวางแผนและการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่อยากมีบุตร

Timestamp 00:25:49

  • หากยังไม่พร้อมมีบุตรแต่เริ่มมีอายุ: แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อประเมินและพิจารณา “ฝากไข่ แช่แข็งไข่” (Egg Freezing) วางแผนสต๊อกไข่ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันปัญหาคุณภาพไข่เสื่อมตามอายุในอนาคต
  • หากแต่งงานแล้วปล่อยธรรมชาติไม่มา: ควรรีบเข้ามาตรวจเช็กระบบสืบพันธุ์ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายเพื่อหาสาเหตุ หากพบปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที
  • หากอายุมากและมีไข่น้อย: ไม่ต้องหมดหวัง ให้เน้นการดูแลสุขภาพ ปรับไลฟ์สไตล์ ทานวิตามินบำรุง และเลือกรอบกระตุ้นไข่ที่ดีที่สุดร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนทางการแพทย์และสถิติตามจริง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามหรือรับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตรยากเพื่อวางแผนเป็นรายบุคคลได้ที่ Superior A.R.T. Clinic

หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทางของ Superior A.R.T.

LIVE หมอนิ พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา (ว.36947)

พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา (ว.36947)
สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก

ข่าวสารและบทความอื่นๆ

ERA Test และ ORA Test ตรวจหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน

คุณภาพตัวอ่อนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จ แต่ช่วงเวลาเปิดรับตัวอ่อนของเยื่อบุโพรงมดลูกก็สำคัญ มารู้จัก ERA Test & ORA Test เทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับย้ายตัวอ่อนเฉพาะบุคคล

ตัวอ่อนคุณภาพดีดูจากอะไร? ไม่ได้ดูแค่ความสวย แต่ต้องดูการเติบโตของเซลล์

เบื้องหลังกล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเขาดูอะไรกันแน่ ถึงรู้ว่าตัวอ่อนตัวไหนสมบูรณ์พอที่จะเติบโตไปเป็นเบบี๋? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องกล้องแล็บ ดูเกณฑ์การคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีในแต่ละระยะกัน

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.70 ❝การย้ายตัวอ่อนรอบธรรมชาติ VS รอบเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยฮอร์โมน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้โอกาสท้องสูงสุด❞

ก่อนที่จะย้ายตัวอ่อน จะต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน ปัจจุบันมี 2 วิธีที่นิยม คือ การย้ายตัวอ่อน รอบธรรมชาติ กับ รอบใช้ฮอร์โมน แล้ว 2 วิธีนี้ แตกต่างกันอย่างไร? มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? และวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่ากัน? มาดูกันใน Live EP.70 นี้ได้เลย