𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.71 ❝มีลูกหนึ่งคน ต้องมีไข่เท่าไหร่ถึงเพียงพอ เจาะลึกกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) และปัจจัยที่ควรรู้❞
(คลิปย้อนหลัง ไลฟ์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 โดยหมอนิ พญ.นิศารัตน์ สุนทราภา (ว.36947) สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก)
สำหรับคู่ที่กำลังเผชิญกับปัญหามีบุตรยาก หรือผู้ที่กำลังวางแผนครอบครัว มักจะมีคำถามยอดฮิตว่า “ถ้าอยากมีลูก 1 คน เราจะต้องเก็บไข่ให้ได้กี่ใบถึงจะเพียงพอ?” และ “ทำไมตอนเก็บไข่ได้ตั้ง 10 ใบ แต่สุดท้ายพอเลี้ยงเป็นตัวอ่อนกลับไม่ได้ 10 ตัว?” บทความนี้เรียบเรียงเนื้อหาโดยละเอียดจากไลฟ์ Superior A.R.T. EP.71 ที่จะไขข้อข้องใจตั้งแต่กลไกการตกไข่ตามธรรมชาติ กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) ในห้องปฏิบัติการ อัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อนตามสถิติ ปัจจัยเรื่องอายุต่อความผิดปกติของโครโมโซม ตลอดจนเทคนิคการบำรุงร่างกายเพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
📑 สารบัญเนื้อหา (คลิกเพื่ออ่านตามหัวข้อ)
อยากมีลูก 1 คน ต้องใช้ไข่กี่ใบ? ทำไมเก็บไข่ได้เยอะแต่ได้ตัวอ่อนน้อย?
Timestamp 00:01:16
หลายคนเมื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากมักตั้งคำถามว่า หากเราต้องการมีลูกที่สมบูรณ์แข็งแรง 1 คน เราควรจะต้องกระตุ้นและเก็บไข่ให้ได้จำนวนกี่ใบ? และเมื่อเก็บไข่ได้ เช่น เก็บได้ 10 ใบ ทำไมถึงไม่ได้ตัวอ่อน 10 ตัวเท่าจำนวนไข่ที่เก็บได้?
ความเข้าใจผิดส่วนใหญ่เกิดจากการคิดว่าไข่ทุกใบที่เก็บได้จะสามารถเจริญเติบโตไปเป็นตัวอ่อนที่สมบูรณ์ได้ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง กระบวนการปฏิสนธิและการพัฒนาของตัวอ่อนตามธรรมชาติต้องผ่านการคัดสรรหลายขั้นตอน บทความนี้จะนำเสนอคำตอบว่าเหตุใดจำนวนไข่จึงลดลงในแต่ละขั้นตอน รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่มีภาวะไข่เยอะ หรือไข่น้อย และผู้ที่ต้องการมีลูกมากกว่า 1 คน
กลไกการตกไข่และการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ VS ผู้มีภาวะมีบุตรยาก
Timestamp 00:02:34
ในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง แต่ละรอบเดือนร่างกายจะเตรียม “กลุ่มไข่ตั้งต้น” ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง
ข้อสังเกต: สำหรับผู้หญิงที่อายุน้อย (ไม่เกิน 30–35 ปี) แม้จะมีจำนวนไข่น้อย แต่ถ้ามีไข่ตกเพียง 1 ใบ และไข่นั้นมีคุณภาพดี โครโมโซมปกติ สเปิร์มแข็งแรง ก็สามารถตั้งครรภ์ธรรมชาติได้ง่ายๆ แต่ในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากและไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ การทำเด็กหลอดแก้วจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการกระตุ้นไข่เพื่อให้ได้ไข่หลายใบโตพร้อมๆ กันในรอบเดียว เพื่อนำมาผ่านกระบวนการคัดสรรในห้องปฏิบัติการต่อไป
กระบวนการเด็กหลอดแก้ว (ICSI) และขั้นตอนการเจริญเติบโตของตัวอ่อน
Timestamp 00:04:54
ในวันที่ฝ่ายหญิงเข้ารับการเก็บไข่ ฝ่ายชายก็จะทำการเก็บอสุจิ จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการจะคัดเลือกอสุจิที่มีรูปร่างปกติและว่ายน้ำได้ดีที่สุด นำมาทำ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) โดยการฉีดอสุจิ 1 ตัว เข้าไปในไข่สุก 1 ใบ (ระยะ Metaphase II หรือ MII) หลังเก็บไข่ประมาณ 4 ชั่วโมง
หลังจากการปฏิสนธิ นักวิทยาศาสตร์จะเฝ้าติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อนทุกวัน ดังนี้:
Attrition Rate: ทำไมจำนวนตัวอ่อนถึงลดลงในแต่ละระยะ?
Timestamp 00:08:57
สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ตัวอ่อนเท่ากับจำนวนไข่ที่เก็บได้ เกิดจากอัตราการคัดทิ้งตามธรรมชาติในห้องปฏิบัติการ (Attrition Rate) ซึ่งสถิติค่ากลางมาตรฐาน มีดังนี้:
|
ขั้นตอนการพัฒนา 9807_b4cffe-fa> |
อัตราส่วนรอดชีวิต 9807_ed1e1f-93> |
ตัวอย่างคำนวณจากไข่ 10 ใบ 9807_3d6e7f-bc> |
|---|---|---|
|
ไข่สุกที่เก็บได้ (MII) 9807_60c8e3-6a> |
100% 9807_f60d1a-8d> |
10 ใบ 9807_e28add-dc> |
|
ปฏิสนธิสำเร็จเป็น Day 1 (2PN) 9807_0c62bb-60> |
~60-80% 9807_9f872d-c3> |
6 – 8 ตัวอ่อน 9807_331e31-36> |
|
พัฒนาถึงระยะ Blastocyst (Day 5) 9807_75a885-36> |
~50% ของ Day 1 9807_2a9018-3c> |
3 – 4 ตัวอ่อน 9807_a07835-9d> |
ปัจจัยที่ทำให้จำนวนตัวอ่อนลดลงมากกว่าปกติ:
การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) และอายุคุณแม่
Timestamp 00:11:43
เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตมาถึงระยะ Blastocyst ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจโครโมโซม (PGT-A) ทั้ง 23 คู่ โดยนักวิทยาศาสตร์จะตัดดึงเซลล์ออกมาประมาณ 5–7 เซลล์ เฉพาะบริเวณที่จะพัฒนากลายเป็นรก (Trophectoderm) โดยไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเซลล์ส่วนที่จะโตเป็นตัวเด็ก (Inner Cell Mass) เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์
ปัจจัยในการคัดเลือกตัวอ่อนที่จะนำไปตรวจโครโมโซม
ปัจจัยที่มีผลต่อโครโมโซมตัวอ่อนมากที่สุด
ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “อายุของคุณแม่” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) ซึ่งเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง (มี 3 แท่ง)

ที่มา: www.cdc.gov/birth-defects/


ที่มา: Munne et al. Reprod Biomed Online
สถิติตัวอ่อนโครโมโซมปกติจำแนกตามอายุคุณแม่จากกรณีที่ตรวจตัวอ่อน 10 ตัว:
Safe Zone: จำนวนไข่ที่ควรเก็บเพื่อให้ได้ลูกที่แข็งแรง 1 คน
Timestamp 00:17:08
จากข้อมูลทางสถิติข้างต้น สามารถสรุปจำนวนไข่ที่ควรเก็บเพื่อเป้าหมายการมีลูก 1 คน ได้ดังนี้:
ข้อคิดสำคัญ: สถิติเป็นเพียงตัวเลขค่าเฉลี่ย แม้คุณแม่อายุเยอะหรือเก็บไข่ได้น้อย แต่ถ้าหากไข่ในรอบนั้นมีไข่ที่เป็น “Golden Egg” หรือไข่ที่โครโมโซมสมบูรณ์ปกติอยู่ ก็มีโอกาสได้ตัวอ่อนที่ปกติและตั้งครรภ์สำเร็จได้เช่นกัน สรุปคือ “อายุน้อย ไข่น้อยหมอไม่ค่อยกังวล แต่อายุเยอะ การมีไข่เยอะไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า”
วิธีบำรุงไข่ ปรับไลฟ์สไตล์เพิ่มคุณภาพไข่ก่อนกระตุ้นไข่
Timestamp 00:18:41
แม้เราจะไม่สามารถสั่งให้ร่างกายสร้างปริมาณไข่ขึ้นมาใหม่ได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อบำรุงคุณภาพของไข่ที่มีอยู่ให้ดีที่สุดก่อนเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่ได้ดังนี้:
โอกาสตั้งครรภ์ต่อการย้ายตัวอ่อน และข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีไข่น้อย
Timestamp 00:20:38
หากอยู่ในภาวะ Perfect Condition ได้แก่:
อัตราการตั้งครรภ์ต่อการย้ายตัวอ่อน 1 ครั้ง ที่คลินิก Superior A.R.T. คือ 70-75%
แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีไข่น้อย:
สำหรับผู้ที่มีไข่น้อย แนะนำให้เตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด และ “เลือกรอบเดือนที่เหมาะสมในการกระตุ้น” โดยเข้ามาตรวจอัลตราซาวด์ในวันที่ 2 ของประจำเดือน เพื่อประเมินจำนวนไข่ตั้งต้น (AFC) ควบคู่กับการตรวจระดับฮอร์โมน AMH หากรอบเดือนไหนมีจำนวนไข่สวยและระดับฮอร์โมนดี ค่อยตัดสินใจเริ่มกระตุ้นไข่ในรอบนั้น
Case Study ถอดบทเรียนเคสประทับใจ: ไข่ตกก่อนเก็บแต่ประสบความสำเร็จด้วย IUI
Timestamp 00:22:39
คุณหมอได้แชร์เคสประทับใจจากประสบการณ์จริงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจจะรักษาภาวะมีบุตรยาก
บทเรียนที่ได้รับ: แม้จะอายุมาก ไข่น้อย หรือไข่ตกก่อนกำหนด แต่หากไข่ในรอบนั้นเป็นไข่ที่ดี (Golden Egg) ธรรมชาติและร่างกายของคุณแม่ก็สามารถทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ บางครั้งไข่ที่เจริญเติบโตอยู่ภายในร่างกายตามธรรมชาติอาจทำหน้าที่ได้ดีกว่าการนำออกมาเลี้ยงนอกร่างกาย
สรุป: การวางแผนและการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่อยากมีบุตร
Timestamp 00:25:49
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนทางการแพทย์และสถิติตามจริง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามหรือรับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตรยากเพื่อวางแผนเป็นรายบุคคลได้ที่ Superior A.R.T. Clinic
หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทางของ Superior A.R.T.
LIVE โดย

พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา (ว.36947)
สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก
ข่าวสารและบทความอื่นๆ
ERA Test และ ORA Test ตรวจหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
คุณภาพตัวอ่อนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จ แต่ช่วงเวลาเปิดรับตัวอ่อนของเยื่อบุโพรงมดลูกก็สำคัญ มารู้จัก ERA Test & ORA Test เทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับย้ายตัวอ่อนเฉพาะบุคคล
ตัวอ่อนคุณภาพดีดูจากอะไร? ไม่ได้ดูแค่ความสวย แต่ต้องดูการเติบโตของเซลล์
เบื้องหลังกล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเขาดูอะไรกันแน่ ถึงรู้ว่าตัวอ่อนตัวไหนสมบูรณ์พอที่จะเติบโตไปเป็นเบบี๋? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องกล้องแล็บ ดูเกณฑ์การคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีในแต่ละระยะกัน
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.70 ❝การย้ายตัวอ่อนรอบธรรมชาติ VS รอบเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยฮอร์โมน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้โอกาสท้องสูงสุด❞
ก่อนที่จะย้ายตัวอ่อน จะต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน ปัจจุบันมี 2 วิธีที่นิยม คือ การย้ายตัวอ่อน รอบธรรมชาติ กับ รอบใช้ฮอร์โมน แล้ว 2 วิธีนี้ แตกต่างกันอย่างไร? มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? และวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่ากัน? มาดูกันใน Live EP.70 นี้ได้เลย





