อ่านเลย! ถ้าอยากเพิ่มโอกาสท้องให้มากขึ้นกับ 9 ข้อง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเองได้

อ่านเลย! ถ้าอยากเพิ่มโอกาสท้องให้มากขึ้นกับ 9 ข้อง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเองได้

1. ทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างโอเอนไซม์คิว 10, วิตามินซี จะช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำลายตัวอสุจิและเซลล์ไข่ได้ นอกจากนี้การทานวิตามินเสริม เช่น โฟเลตและสังกะสี มีส่วนช่วยส่งเสริมการเจริญพันธุ์ของทั้งผู้ชายและผู้หญิง

2. เพิ่มปริมาณการทานอาหารเช้า

จากการศึกษาพบว่า การรับประทานอาหารเช้าในปริมาณที่มากกว่ามื้ออื่นๆ ช่วยลดการเกิดภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ PCOS ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม เมื่อทานอาหารเช้ามื้อใหญ่ ก็อย่าลืมลดปริมาณอาหารเย็นด้วย ไม่งั้นก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

3.หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์

การรับประทานไขมันที่ดีต่อสุขภาพทุกวันเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการเจริญพันธุ์และสุขภาพโดยรวม การศึกษาพบว่าการทานอาหารที่มีไขมันทรานส์สูงและไขมันไม่อิ่มตัวต่ำนั้นส่งผลต่อการเกิดภาวะมีบุตรยากทั้งชายและหญิง

4. ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตหากคุณมีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ PCOS

จากการศึกษาหลายๆ ชิ้นพบว่าการจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตส่งผลดีต่อคนที่มีภาวะรังไข่มีถุงน้ำหลายใบ เช่น ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดระดับอินซูลิน และช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ

5. กินไฟเบอร์มากขึ้น

ไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายกำจัดฮอร์โมนส่วนเกิน ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ไฟเบอร์บางประเภทสามารถช่วยกำจัดเอสโตรเจนส่วนเกินและถูกขับถ่ายออกมา

6. เลือกทานโปรตีน

ลองเปลี่ยนการทานโปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ปลา และไข่ มาเป็นแหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง และธัญพืช จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะมีบุตรยากได้ การศึกษาพบว่า การทานโปรตีนจากพืชแทนโปรตีนจากสัตว์ จะช่วยลดความเสี่ยงของตกไข่ไม่สม่ำเสมอลงถึง 50%

7. ทานวิตามินรวม

การรับประทานวิตามินรวม จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะมีบุตรยากที่มีสาเหตุจากการตกไข่ หากคุณกำลังพยายามมีลูก ควรทานวิตามินรวมที่มีโฟเลต จะช่วยเพิ่มโอกาสให้มีลูกได้มากขึ้น

8. หมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ

การออกกำลังกายส่งผลดีมากต่อสุขภาพ รวมถึงช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคอ้วน แต่การออกกำลังกายที่หนักจนเกินไปก็ส่งผลเสียได้เช่นกัน ดังนั้นออกกำลังกายอย่างพอดี ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอก็จะช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น

9. ลดคาเฟอีน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

ถึงแม้ผลกระทบของการดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์อาจยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดมากนัก แต่มีการศึกษาว่าผู้หญิงที่บริโภคคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ จะใช้เวลานานกว่าจะตั้งครรภ์ได้หากเทียบกับคนที่ไม่ดื่ม

หากพยายามมีบุตรด้วยวิธีตามธรรมชาติมาเป็นระยะเวลา 1 ปี แล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ ควรมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนในการตั้งครรภ์ และหาสาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยแพทย์จะใช้เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ อย่างการทำเด็กหลอดแก้ว หรือการฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก มาช่วยให้ตั้งครรภ์ได้

ต้องมีสเปิร์มเยอะแค่ไหน ถึงจะมีโอกาสท้อง

เป็นที่รู้กันว่าการตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้เมื่อมีตัวอสุจิเข้าไปปฏิสนธิกับไข่

การหลั่งอสุจิในแต่ละครั้งจะมีจำนวนเซลล์อสุจิเฉลี่ยประมาณ 300 – 500 ล้านตัว ซึ่งโดยปกติแล้วอสุจิจะอยู่รอดได้นานถึง 5 วันในร่างกายผู้หญิงเพื่อรอวันไข่ตกและเข้าปฏิสนธิ แต่หากไม่ได้อยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยอสุจิอาจอยู่รอดได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น  และถึงแม้ว่าจะอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ก็ไม่ได้รับประกันว่าอสุจิและไข่จะปฏิสนธิได้สำเร็จ เพราะอสุจิต้องว่ายเข้าสู่มดลูกไปจนพบเซลล์ไข่ จึงมีเหลือรอดเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ไข่ตก ก็มีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิและตั้งครรภ์ได้ หรือหากได้ลองวิธีธรรมชาติมานานแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การเลือกใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, การทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI ก็ถือเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่มีบุตรยากได้ค่ะ

ตรวจครรภ์ตอนไหนดี ให้รู้ผลชัวร์

การตรวจการตั้งครรภ์ให้รู้ผลชัวร์ๆ อย่างแม่นยำนั้น ต้องตรวจในช่วงวันและเวลาที่เหมาะสม

🤰 ว่าที่คุณแม่หลายๆ คน ที่กำลังรอลุ้นเบบี๋ ก็มักจะซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์ (Pregnancy Test) มาตรวจ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย ราคาไม่แพง แถมรู้ผลเร็ว แต่การตรวจการตั้งครรภ์ให้รู้ผลชัวร์ๆ อย่างแม่นยำนั้น ต้องตรวจในช่วงวันและเวลาที่เหมาะสมด้วยนะคะ

โดยทั่วไปแล้วการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะนั้น เป็นการตรวจจับฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG)  ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นเมื่อตัวอ่อน (Embryo) ฝังตัวอยู่ในผนังมดลูกแล้วประมาณ 6 – 10 วันหลังการปฏิสนธิ แต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้เพียงพอสำหรับผลลัพธ์ที่แม่นยำ ซึ่งตามปกติแล้วต้องมีค่า hCG 50 หน่วยจึงจะได้ผลเป็นบวก ซึ่งปริมาณของ hCG ในปัสสาวะของผู้หญิงแต่ละคนมักจะแตกต่างกันไป ผู้หญิงบางคนอาจมีผลการทดสอบเป็นบวกหลังประจำเดือนขาดเลยทันทีเพราะมีค่า hCG สูง หรือในบางรายอาจยังมีปริมาณ hCG ต่ำ ทำให้ยังไม่มีผลเป็นบวก 

ดังนั้นการตรวจครรภ์ที่เร็วเกินไปอาจทำให้มีผลที่คลาดเคลื่อน ทางที่ดีควรรออย่างน้อย 12-14 วันหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ในวันตกไข่จะได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงความจริงที่สุดค่ะ

การเป็นเบาหวานจะส่งผลทำให้มีลูกยากหรือเปล่า?

การเป็นเบาหวานจะส่งผลทำให้มีลูกยากหรือเปล่า

หลายคนคงมีความสงสัย ว่าการเป็นเบาหวานจะส่งผลทำให้มีลูกยากหรือเปล่า?

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หากไม่ได้ดูแลควบคุมภาวะเบาหวาน อาจส่งผลทำให้มีลูกยากทั้งในฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานจะตั้งครรภ์ได้ยากเนื่องจากภาวะฮอร์โมนผิดปกติ ประจำเดือนไม่มาหรือมาไม่สม่ำเสมอ ไข่ไม่มีคุณภาพ แม้ว่าผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานบางคนจะไม่ได้มีปัญหาในการตั้งครรภ์ แต่การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงในระหว่างตั้งครรภ์จะมีผลเสียต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ และมีความเสี่ยงสูงในการแท้งบุตร รวมถึงทารกบางรายอาจต้องได้รับการดูแลต่อในหน่วยอภิบาลผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิดอีกด้วย

สำหรับผลกระทบของโรคเบาหวานต่อภาวะการเจริญพันธุ์ในเพศชายนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศ การหลั่งย้อนทางไปยังกระเพาะปัสสาวะทำให้ไม่มีน้ำอสุจิหลั่งในช่องคลอด ฮอร์โมนเพศชายลดลง และความต้องการทางเพศลดลง นอกจากนี้ยังอาจทำให้ปริมาณและคุณภาพของตัวอสุจิลดลง ซึ่งจะเห็นได้จากอสุจิที่ผิดรูปร่าง หรือมีความผิดปกติ

หากมีภาวะเบาหวานแต่อยากมีลูกต้องทำอย่างไร?

1. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย : การวางแผนตรวจร่างกายก่อนมีลูกเป็นเรื่องที่สำคัญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยออกแบบการรักษาและให้คำแนะนำที่เหมาะกับแต่ละคู่ เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัยทั้งตัวคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์

2. วางแผนการรับประทานอาหาร : ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้น ผัก ผลไม้ หรือธัญพืช ควบคุมน้ำตาลเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน และควรทานวิตามินที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ให้เพียงพอ โดยเฉพาะกรดโฟลิก ซึ่งจำเป็นในการป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทของทารกในครรภ์ ซึ่งสามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง

3. ออกกำลังกาย : การออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4-5 วัน จะช่วยให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ ร่างกายแข็งแรง ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้

กล่าวโดยสรุปคือคนที่เป็นเบาหวานสามารถมีลูกได้แต่ต้องมีการวางแผนและการติดตามอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนท่านไหนที่เป็นโรคเบาหวานและพยายามมีลูกมาแล้วมากกว่า 1 ปี ควรเข้ารับการหาแนวทางการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตรยากต่อไป เพื่อให้การตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพปลอดภัยทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์

การให้นมลูกของคุณแม่ท้อง IVF ต่างจากคุณแม่ท้องธรรมชาติรึเปล่านะ?

การให้นมลูก ของคุณแม่ IVF

การให้นมลูกของคุณแม่ท้องจากเด็กหลอดแก้ว IVF ต่างจากคุณแม่ท้องธรรมชาติรึเปล่านะ?

คุณแม่หลายคนที่ตั้งท้องด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI อาจมีความกังวลใจว่าจะมีผลกระทบต่อ การให้นมลูก เมื่อเทียบกับการตั้งท้องด้วยวิธีธรรมชาติ คำตอบคือ ไม่ว่าคุณแม่จะตั้งท้องด้วยวิธีการใดก็ตาม จะไม่มีผลกระทบต่อการให้นมลูก เพราะหลังจากที่ตั้งครรภ์แล้ว ฮอร์โมนในร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถผลิตน้ำนมได้เหมือนๆ กัน อย่างไรก็ตามคุณแม่ที่ตั้งท้องด้วยวิธี IVF หรือ ICSI อาจมีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อการให้นมลูก ได้แก่

  1. ความเครียด : คุณแม่หลายคนอาจมีความเครียดในช่วงกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตน้ำนมได้ ดังนั้นคุณแม่ไม่ควรเครียด หากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลายก็จะช่วยให้ผลิตน้ำนมอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  2. อายุของคุณแม่ : คุณแม่หลายคนตั้งครรภ์ด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI ในช่วงที่มีอายุมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการผลิตน้ำนมและการให้นม คุณแม่อาจปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมบุตรเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
  3. สุขภาพของทารก : ในบางครั้งเด็กที่เกิดจากการทำเด็กหลอดแก้วอาจคลอดก่อนกำหนดหรืออาจต้องการการดูแลเป็นพิเศษในแผนกเด็กอ่อน ซึ่งอาจทำให้คุณแม่ไม่สามารถให้นมได้ด้วยตัวเอง คุณแม่จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการปั๊มนมแทน

การผลิตน้ำนมและการให้นมบุตรของแต่ละคนมีปัจจัยที่แตกต่างกันไม่ว่าจะตั้งครรภ์ด้วยวิธีใดก็ตาม คุณแม่สามารถขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้นมเจ้าตัวน้อยได้อย่างมีความสุข

อัปเดตรูป คุณแม่แอร์-พ่อไอซ์และน้องฑิลาร์ อยากมีโมเมนต์แบบนี้ เลือก แพ็กเกจเด็กหลอดแก้ว ที่ Superior A.R.T.

อัปเดตความน่ารักของหนูน้อยฑิลาร์กันค่ะ ต้าวก้อนฑิลาร์ตัวน้อยโตไวจริงๆ เผลอแป๊บเดียวก็จะครบ 4 เดือนแล้ว ฉายแววความน่ารักสุดๆ ให้พ่อๆ แม่ๆ แถวนี้หลงรักไปตามๆ กัน🐰✨

ใครๆ ก็มีโมเมนต์แบบแม่แอร์ – พ่อไอซ์ ได้ แค่เลือกแพ็กเกจเด็กหลอดแก้ว ICSI ที่ Superior A.R.T. ความสำเร็จสูงถึง 72%*

คุณน้ำตาล พิจักขณา แม่กลิ่น จากเรื่องพรหมลิขิต มองการณ์ไกล เลือกฝากไข่ที่ Superior A.R.T.

แม้ว่าแม่กลิ่นจะเป็นแม่หญิงยุคอโยธยา แต่ก็มองการณ์ไกลเลือกฝากไข่ ที่ Superior A.R.T. ไว้เรียบร้อยแล้วนะเจ้าคะออเจ้า 

Superior A.R.T. ขอขอบคุณแม่กลิ่น เอ้ย คุณน้ำตาล พิจักขณาที่ไว้วางใจให้เราดูแลนะคะ 💙

ออเจ้าคนไหนอยากเก็บไข่คุณภาพดีเอาไว้ใช้ในอนาคตแบบคุณน้ำตาลสามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ Superior A.R.T.  ได้ทุกวัน เราใช้เทคนิคการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว (Vitrification) เทคโนโลยีล่าสุด ที่ลดอุณหภูมิลง -196°C อย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้เซลล์ไข่เสียหาย มั่นใจเมื่อต้องการนำไข่กลับมาใช้ 🥚❄️

เช็กด่วน! 4 สัญญาณเตือนจาก “ประจำเดือน” ที่บ่งบอกว่าคุณอาจเข้าข่าย “มีลูกยาก”

ประจำเดือน

ประจำเดือน ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพทั่วไปสำหรับผู้หญิงที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัว แต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญของระบบสืบพันธุ์ คุณรู้หรือไม่คะว่า ลักษณะของประจำเดือนที่ผิดปกติสามารถส่ง “สัญญาณเตือน” ว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับ ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) ได้? วันนี้ Superior A.R.T. จะพามาเช็ค 4 สัญญาณอันตรายจากประจำเดือน ที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมรับมือและวางแผนครอบครัวได้อย่างทันท่วงที

4 ความผิดปกติของประจำเดือน สัญญาณเตือนภาวะมีลูกยาก

1. ประจำเดือน มาไม่ปกติ

คุณไม่ต้องกังวลหากรอบเดือนคลาดเคลื่อนเพียง 1-2 วัน แต่หากคุณมีอาการ ประจำเดือนขาดๆ หายๆ หรือมาไม่ปกติ รอบเดือนสั้นกว่า 24 วัน หรือยาวนานเกิน 35 วันเป็นประจำ นี่คือสัญญาณบ่งชี้ภาวะ “ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ” หรือรังไข่ทำงานผิดปกติ ซึ่งการที่ไข่ไม่ตกนี้ ถือเป็นสาเหตุหลักที่พบได้ถึง 30-40% ของปัญหาผู้หญิงที่มีบุตรยากเลยทีเดียว

2. ประจำเดือน มามากกว่าปกติ

สังเกตง่ายๆ หากคุณต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 1 ชั่วโมง หรือมี ประจำเดือนมานานติดต่อกันเกิน 7 วัน อาการนี้มักเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่ส่งผลต่อการตกไข่ นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณแฝงของโรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ เช่น:

  • ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS)
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
  • เนื้องอกในมดลูก (Uterine Fibroids)
  • ความเสี่ยงโรคที่รุนแรงขึ้น เช่น มะเร็งรังไข่ หรือ มะเร็งปากมดลูก

3. ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง

อาการปวดท้องเมนส์จนแทบทรุด ลุกไม่ไหว หรือปวดร้าวลงขา “ไม่ใช่เรื่องปกติ” ปัจจุบันผู้หญิงกว่า 176 ล้านคนทั่วโลก เผชิญกับ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ หรือในอุ้งเชิงกราน) ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงแล้ว โรคนี้ยังทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้นมาก เนื่องจากรอยโรคจะขัดขวางการเดินทางของไข่และอสุจิในท่อนำไข่นั่นเอง

4. ประจำเดือนไม่มา

หากคุณไม่ได้ตั้งครรภ์แต่ ประจำเดือนขาดหายไปเลย นี่คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนที่สุดว่า “ไม่มีการตกไข่เกิดขึ้น” เพราะโดยปกติแล้ว ผู้หญิงเราจะมีประจำเดือนหลังจากการตกไข่ในแต่ละเดือน หากไข่ไม่ตก โอกาสที่จะตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติน้อยมาก ซึ่งเป็นภาวะมีบุตรยากที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด

สังเกตพบสัญญาณความผิดปกติ ควรทำอย่างไร?

หากคุณเช็คแล้วพบว่าตนเองมี 1 ใน 4 สัญญาณข้างต้น อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปค่ะ เพราะภาวะมีบุตรยากในปัจจุบันสามารถรักษาให้หายและมีลูกได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

ขอแนะนำให้คุณเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง หรือเข้ารับการตรวจสุขภาพสำหรับผู้หญิงกับโปรแกรม Lady Plus Checkup จาก Superior A.R.T. เพื่อหาทางออกที่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนรักษาด้วยวิธี IUI, IVF (ทำเด็กหลอดแก้ว) หรือ ICSI (อิ๊กซี่)

▶ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านภาวะมีบุตรยากกับ Superior A.R.T. วันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: +662-035-1400

คลิกเพื่อนัดปรึกษาแพทย์

Superior A.R.T. มีความยินดีที่จะแนะนำคุณหมอคนใหม่ 🎉

นายแพทย์ สิริเชษฐ์ อเนกพรวัฒนา” สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก

คุณหมอสิริเชษฐ์มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก และมีความเชี่ยวชาญในการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องทางหน้าท้องและโพรงมดลูก ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการรักษาภาวะมีบุตรยากในบางกรณีอีกด้วย

คู่สมรสแต่ละคู่ล้วนมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไป คุณหมอจึงตั้งใจและใส่ใจดูแลในทุกรายละเอียด และให้การรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อความสำเร็จในเป้าหมายของการเติมเต็มคำว่าครอบครัวให้แก่คู่สมรสได้อย่างสมบูรณ์

Superiorgenix Carrier Screening Test การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมในคู่สมรสก่อนการตั้งครรภ์ คืออะไร จำเป็นไหม

🔬เราอาจส่งต่อโรคทางพันธุกรรมไปยังลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมในคู่สมรส คืออะไร? จำเป็นไหม? ช่วยลดโอกาสในการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมได้หรือไม่? 🧬

การตรวจคัดกรองพาหะโรคทางพันธุกรรมในระดับยีน (Superiorgenix Carrier Screening Test) คือนวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์เพื่อหาพาหะของโรคทางพันธุกรรมในคู่สมรส ที่อาจมีความผิดปกติของยีนแฝงอยู่ ซึ่งสามารถส่งต่อความบกพร่องทางพันธุกรรมนั้นสู่ทารก ทำให้เกิดความพิการของเด็กได้ แม้ว่าภายนอกคู่สมรสอาจดูมีสุขภาพแข็งแรง แต่โดยทั่วไปพบว่าอาจเป็นพาหะของโรคพันธุกรรมประมาณ 1–3% 

ดังนั้นการตรวจคัดกรองยีนพาหะโรคทางพันธุกรรมนี้ จะช่วยให้คู่สมรสที่ต้องการมีบุตร สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคที่อาจถ่ายทอดไปยังบุตรได้ ซึ่งการตรวจคัดกรองนี้สามารถทำได้โดยเก็บตัวอย่างการตรวจจากน้ำลาย โดยใช้ระยะเวลาตรวจประมาณ 14-21 วัน 

ทำไมจึงควรตรวจคัดกรองยีนพาหะโรคทางพันธุกรรม มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

การตรวจนี้ จะช่วยวิเคราะห์ยีนที่มีความผิดปกติได้กว่า 300 ยีน  ซึ่งทำให้สามารถวิเคราะห์หาพาหะของโรคพันธุกรรมที่มีโอกาสก่อให้เกิดความพิการและทุพพลภาพในอวัยวะต่างๆ ของทารกได้ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคธาลัสซีเมีย โรคตาบอดสี กลุ่มอาการโครโมโซมเอ็กซ์เปราะบาง เป็นต้น ดังนั้นการตรวจก่อนการตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยง และช่วยวางแผนการมีบุตรได้อย่างเหมาะสม

ใครเหมาะสำหรับการตรวจ?

✅ คู่สมรสที่กำลังวางแผนการมีบุตร

✅ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม

✅ ผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงของการมีลูกที่มีความผิดปกติจากพันธุกรรม

คู่สมรสที่กำลังวางแผนจะมีบุตรจากกระบวนการเด็กหลอดแก้ว และต้องการทราบว่าตัวเองและคู่ครองมีพาหะของยีนแฝงอยู่หรือไม่ สามารถเข้ามาปรึกษาและตรวจคัดกรองกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทุกวันที่ Superior A.R.T. ค่ะ