ข่าวสารและบทความ

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟 36 ❝ การรักษาด้วยวีธี ICSI กับโอกาสได้ลูกแฝดเป็นอย่างไร? ❞


การรักษาด้วยเด็กหลอดแก้ว ICSI ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ และการมีลูกแฝดสูงกว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ โดยโอกาสการเกิดลูกแฝดขึ้นอยู่กับจำนวนตัวอ่อนที่ใส่กลับและปัจจัยอื่นๆ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสความสำเร็จและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

การเกิดลูกแฝดมี 2 ประเภท

  1. แฝดแท้
  2. แฝดเทียม

สาเหตุการตั้งครรภ์แฝดตามธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อน

  1. ครอบครัวมีประวัติการตั้งครรภ์แฝด ส่วนมากจะเกิดจากฝั่งผู้หญิง
  2. ผู้หญิงที่อายุมากขึ้น โอกาสการตั้งครรภ์แฝดจะมากขึ้น

การตั้งครรภ์แฝดโดยเทคโนโลยี

  1. IUI โดยต้องคำนึงถึงอายุของคุณผู้หญิง และจำนวนไข่ที่ตกและมีคุณภาพดี
  2. การทำเด็กหลอดแก้ว คือการใส่ 2 ตัวอ่อนครั้งเดียว ซึ่งโอกาสเกิดแฝดประมาณ 29% (ถ้าใส่ตัวอ่อน 1 ตัวมีโอกาสที่จะแบ่งตัวเป็นแฝดได้ 2%)
  3. ถ้าไม่ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนและจะใส่ตัวอ่อน 2 ตัว ทำได้ แต่จะต้องคำนึงถึง อายุแม่ด้วย ถ้าอายุเยอะก็ไม่ควร
  4. การใส่ตัวอ่อน 2 ตัวที่ตรวจโครโมโซมแล้วไม่ได้ช่วยเพิ่มโอการการตั้งครรภ์จากเดิมมากนัก (ปกติ 60-70%)แต่ช่วยเพิ่มโอการการเกิดแฝดได้ถึง 40%

ความเสี่ยงของการตั้งครรภ์แฝด

  1. เพิ่มโอกาสแท้ง
  2. เพิ่มโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันสูง เบาหวาน ครรภ์เป็นพิษ และ คลอดก่อนกำหนดได้ถึง 65%

ผู้หญิงที่ไม่ควรตั้งครรภ์แฝด

  1. อายุเยอะ
  2. มีโรคประจำตัว
  3. เคยตั้งครรภ์และผ่าคลอดมาก่อน

กรณีที่หมออาจยินยอมให้ใส่ตัวอ่อนมากกว่า 1 ได้ เช่น

  1. เคยทำเด็กหลอดแก้วแล้วไม่สำเร็จโดยที่ทั้งคนไข้และตัวอ่อนปกติ
  2. ตัวอ่อนที่ละลายจากการแช่แข็งออกมาตัวแรกคุณภาพไม่ดี จึงต้องละลายอีกตัวและใส่พร้อมกัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูกแฝดได้ จากบทความ
“ทำความเข้าใจการตั้งครรภ์ลูกแฝดจากกระบวนการ IVF” และ
“5 ข้อควรรู้ เกี่ยวการมีลูกแฝด และการตั้งครรภ์แฝด (Multiple Pregnancy)“

ข่าวสารและบทความอื่นๆ

ตรวจสุขภาพรังไข่ก่อนฝากไข่ ดูอะไรบ้าง? รู้ค่า AFC และ AMH เพื่อวางแผนอนาคตให้เหมาะกับตัวเอง

คุณอาจยังไม่พร้อมมีลูก… แต่รู้ไหมว่า ตอนนี้รังไข่ของคุณอยู่ในจุดไหนแล้ว? ไม่ใช่เพื่อบอกว่าคุณต้องรีบมีลูก แต่เพื่อให้รู้ว่า ร่างกายของเรามีข้อมูลอะไรให้ใช้วางแผนอนาคตบ้าง

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.73 ❝ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก มีผลต่อการย้ายตัวอ่อนและการฝังตัวหรือไม่?❞

ใน Live EP.73 นี้ จะพูดถึงการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) ก่อนย้ายตัวอ่อน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินทั้งความหนา ลักษณะการเรียงตัวของเยื่อบุ ความผิดปกติภายในโพรงมดลูก และความพร้อมของฮอร์โมน ไม่ได้ดูเฉพาะตัวเลขความหนาเพียงอย่างเดียว

ถามหมอ 💬 กับหมอจิว : ตรวจ DFI คืออะไร? ใครบ้างควรตรวจ DNA สเปิร์ม

การตรวจ DNA ของสเปิร์ม หรือ DFI ช่วยประเมินระดับความเสียหายหรือการแตกหักของ DNA ในสเปิร์ม เพื่อช่วยค้นหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก