การตรวจเลือดหาภูมิต้านทานตัวเอง (Autoantibody) ก่อนการฝังตัวอ่อน มีประโยชน์ยังไง?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนทำเด็กหลอดแก้ว อาจเคยได้ยินเรื่องการตรวจ “Autoantibody” กันมาบ้าง วันนี้เราจะพามาเจาะลึกกันค่ะว่า การตรวจนี้คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับโอกาสในการตั้งครรภ์?
ภูมิต้านทานตัวเอง หรือ Autoantibody คือ “ภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ” ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาต่อต้านกับเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเอง แทนที่จะไปจัดการกับเชื้อโรค ซึ่งจะส่งให้มีการทำงานของอวัยวะนั้นผิดปกติไป ในส่วนของการมีบุตร คุณแม่ที่ตรวจเจอภูมิคุ้มกันต้านทานตัวเอง อาจส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว เช่น In Vitro Fertilization (IVF) หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI) และยังเพิ่มโอกาสการแท้ง เด็กเสียชีวิตในครรภ์ หรือทารกโตช้าในครรภ์ได้
🔬 ตรวจหาค่าอะไรบ้าง?
ภูมิต้านทานตัวเองมีเยอะมาก ตัวอย่างกลุ่มภูมิคุ้มกันที่แพทย์มักแนะนำให้ตรวจ ได้แก่:
✨ ประโยชน์ของการตรวจ Autoantibody
ในกรณีที่ตรวจพบภูมิคุ้มกันผิดปกติ แพทย์จะวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เช่น การให้ยาปรับภูมิ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือสเตียรอยด์ (ภายใต้การดูแลแพทย์) เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงต่างๆ ตามที่กล่าวมา
💡 ข้อควรรู้ : ในกรณีที่ไม่เคยมีประวัติใดๆ มาก่อน เช่น กำลังจะใส่ตัวอ่อนครั้งแรก ไม่เคยมีประวัติแท้ง การตรวจภูมิคุ้มกัน อาจจะพิจารณาตรวจเป็นรายๆ ตามความเหมาะสม เช่น หากมีตัวอ่อนน้อย เป็นตัวอ่อนทองคำจากการกระตุ้นเก็บไข่หลายๆ รอบ คุณแม่อายุมาก การตรวจภูมิคุ้มกันอาจช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้นได้ตั้งแต่การใส่ตัวอ่อนครั้งแรก
🙋♀️ การตรวจนี้เหมาะกับใคร?
🩸 ขั้นตอนการตรวจและการรักษา
จะทำการเก็บเลือด เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยจะตรวจหาค่า Autoantibodies ตามรายการที่แพทย์สั่ง ใช้ระยะเวลารอผลประมาณ 3–7 วัน
กรณีพบความผิดปกติ ทำการวางแผนแนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล เช่น
💊 ยาปรับภูมิคุ้มกัน
💉 ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น aspirin ขนาดต่ำ หรือ heparin)
💊 สเตียรอยด์ขนาดต่ำ
📅 ปรับแผนการใส่ตัวอ่อนและช่วงเวลาเริ่มยา
โดยแพทย์จะเริ่มการรักษาก่อนหรือพร้อมกับรอบการใส่ตัวอ่อน เพื่อเพิ่มโอกาสการฝังตัว
ที่ Superior A.R.T. เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางพร้อมดูแล วิเคราะห์หาสาเหตุอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณก้าวสู่การเป็นคุณแม่ได้อย่างมั่นใจค่ะ 💙
ข่าวสารและบทความอื่นๆ
ERA Test และ ORA Test ตรวจหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
คุณภาพตัวอ่อนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จ แต่ช่วงเวลาเปิดรับตัวอ่อนของเยื่อบุโพรงมดลูกก็สำคัญ มารู้จัก ERA Test & ORA Test เทคโนโลยีที่ช่วยประเมินความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับย้ายตัวอ่อนเฉพาะบุคคล
ตัวอ่อนคุณภาพดีดูจากอะไร? ไม่ได้ดูแค่ความสวย แต่ต้องดูการเติบโตของเซลล์
เบื้องหลังกล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติการ นักวิทยาศาสตร์ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเขาดูอะไรกันแน่ ถึงรู้ว่าตัวอ่อนตัวไหนสมบูรณ์พอที่จะเติบโตไปเป็นเบบี๋? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปส่องกล้องแล็บ ดูเกณฑ์การคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีในแต่ละระยะกัน
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.70 ❝การย้ายตัวอ่อนรอบธรรมชาติ VS รอบเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยฮอร์โมน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้โอกาสท้องสูงสุด❞
ก่อนที่จะย้ายตัวอ่อน จะต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน ปัจจุบันมี 2 วิธีที่นิยม คือ การย้ายตัวอ่อน รอบธรรมชาติ กับ รอบใช้ฮอร์โมน แล้ว 2 วิธีนี้ แตกต่างกันอย่างไร? มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? และวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่ากัน? มาดูกันใน Live EP.70 นี้ได้เลย





