(คลิปย้อนหลัง ไลฟ์เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2567 โดยหมอโฟม พญ.ศศิกาญจน์ ตั้งทัศนา (ว.37027) สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก)
⏱️ ปัญหาไข่น้อย กระตุ้นแล้วไม่ได้ไข่
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 01:04)
คุณผู้หญิงที่เคยเข้ารับกระบวนการกระตุ้นไข่หรือทำเด็กหลอดแก้วมาแล้ว แล้วพบว่าตัวเองมีปัญหา “จำนวนไข่ตั้งต้นน้อย” และเมื่อกระตุ้นไปแล้ว “เก็บไข่ไม่ได้ไข่” สามารถทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้การรักษารอบหน้าได้ฟองไข่ที่ดีและมีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข้างยากในการรักษา วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เราจะรู้ได้อย่างไรว่าไข่ตั้งต้นน้อย รวมถึงแนวทางแก้ไขให้การรักษารอบหน้าได้ไข่ที่มีคุณภาพ ทั้งในมุมของการเตรียมตัวของคนไข้ และกระบวนการทางการแพทย์จากฝั่งของคุณหมอ
⏱️ “ไข่น้อย” คืออะไร?
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 02:30)
โดยปกติแล้ว คำว่า “ไข่น้อย” หมายถึง ไข่ตั้งต้นมีจำนวนน้อย ในการทำเด็กหลอดแก้วแต่ละรอบ คุณหมอจะอัลตราซาวด์เพื่อนับฟองไข่ใบเล็กๆ ซึ่งเราเรียกว่า “ไข่ตั้งต้น” ว่าในแต่ละรอบมีจํานวนฟองไข่เท่าไหร่ เพื่อประเมินว่าหลังจากที่เราให้ยากระตุ้นไปแล้ว จะได้ฟองไข่ที่สมบูรณ์หรือไข่สุก (Mature) จำนวนกี่ใบในรอบนั้น
⏱️ สาเหตุที่ทำให้ไข่ตั้งต้นน้อย เกิดจากอะไรได้บ้าง?
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 03:24)
ไข่ตั้งต้นที่น้อยสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้:
⏱️ วิธีตรวจประเมินยืนยันว่ารังไข่ทำงานน้อย
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 06:08)
นอกจากการพิจารณาจากอายุและประวัติสุขภาพแล้ว เราสามารถยืนยันการทำงานของรังไข่ได้จากทางห้องปฏิบัติการ ดังนี้:
⏱️ ปัญหา “กระตุ้นแล้วไม่ได้ไข่” เกิดจากอะไร?
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 09:33)
ในกระบวนการกระตุ้นไข่จะต้องผ่านขั้นตอนการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ โดยเฉลี่ยประมาณ 10-12 วัน โดยปัญหาการกระตุ้นแล้วไม่ได้ไข่ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
⏱️ หากกระตุ้นแล้วไม่สำเร็จ ควรพัก หรือ กระตุ้นต่อเลย?
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 14:40)
การที่มีไข่ตั้งต้นน้อยนั้น ในแต่ละรอบเดือนอาจจะมีจำนวนไข่ไม่เท่ากัน (เช่น รอบที่แล้ว 2 ใบ รอบนี้ 4 ใบ รอบหน้าอาจจะไม่มีเลย) โดยค่าจะแกว่งไปมาระหว่าง 0-5 ใบ จุดประสงค์ของการรักษานั้นไม่ได้ต้องการฟื้นฟูรังไข่ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเป็นปกติ แต่ต้องการกระตุ้นฟองไข่ตามศักยภาพของรังไข่ที่ยังเหลืออยู่ ณ ตอนนั้น ซึ่งดูได้จากค่าฮอร์โมน AMH จากงานวิจัย หากค่า AMH 1 ng/mL จะได้ฟองไข่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 ใบ
⏱️ วิธีดูแลตัวเองของ “คนไข้” เพื่อเตรียมพร้อมก่อนกระตุ้นรอบหน้า
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 18:26)
หากคนไข้ตัดสินใจจะพักเพื่อเตรียมร่างกายให้ดีที่สุด แนะนำให้ปฏิบัติตัวอย่างน้อย 1-3 เดือนล่วงหน้า สิ่งที่คนไข้สามารถทำได้มีดังนี้:
⏱️ วิตามินเสริมสำหรับบำรุงไข่ (Antioxidants)
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 22:27)
การที่รังไข่ทำงานลดลง กลไกหนึ่งเกิดจากสภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ที่สูงขึ้น และไมโทคอนเดรีย (โรงงานผลิตพลังงานในเซลล์) ทำงานผิดปกติ วิตามินกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) จึงมีบทบาทช่วยชะลอความเสื่อม โดยเน้นให้รับประทานจากอาหารเป็นหลัก แต่หากไม่เพียงพอ สามารถเสริมได้ดังนี้:
นอกจากนี้แนะนำให้ทาน โฟลิก (Folic Acid) ซึ่งเป็นวิตามินพื้นฐานสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันความผิดปกติของระบบประสาทและไขสันหลังของทารกในครรภ์
⏱️ แนวทางการช่วยเหลือจากฝั่ง “คุณหมอ” ก่อนเริ่มรอบกระตุ้นไข่
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 24:53)
นอกจากการดูแลตัวเองของคนไข้แล้ว ในส่วนของการแพทย์ คุณหมอสามารถช่วยเตรียมความพร้อมให้รังไข่ได้ดังนี้:
⏱️ แนวทางการช่วยเหลือจากฝั่ง “คุณหมอ” ในระหว่างรอบกระตุ้นไข่
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 29:27)
หากเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว และเข้าสู่รอบการกระตุ้นไข่ คุณหมอสามารถปรับเปลี่ยนแผนการรักษาเพื่อแก้ปัญหาจากประวัติเดิมได้ดังนี้:
⏱️ บทสรุป และ กรณีศึกษา (Case Study)
▶️ดูหัวข้อนี้ในคลิป (นาทีที่ 33:34)
โดยสรุปแล้ว แม้ว่าจำนวนฟองไข่จะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ฟองไข่ที่มีคุณภาพ” ถึงแม้จะได้จำนวนไข่น้อย แต่หากได้ฟองไข่ที่มีคุณภาพ แม้จะแค่ใบเดียว ก็มีโอกาสที่จะสามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จได้
กรณีศึกษา:
คนไข้อายุประมาณ 38 ปี เคยมีประวัติผ่าตัดเนื้องอกช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ ทำให้ค่าการทำงานรังไข่ (AMH) ต่ำกว่า 0.5 คนไข้พยายามกระตุ้นมาแล้วหลายคลินิก เคยทำมาหมดแล้วทุกอย่างรวมถึงการทำ PRP พอย้ายมาทำที่ Superior A.R.T. กระตุ้นและเก็บไข่ได้ 1-2 ใบ แต่เมื่อนำไปตรวจโครโมโซมตัวอ่อนก็พบว่าไม่ผ่าน คนไข้จึงตัดสินใจใช้ “ไข่บริจาค” ซึ่งหมออยากชี้ให้เห็นว่า หากในท้ายที่สุดแล้ว รังไข่ของเราหยุดทำงานแล้วจริงๆ หรือผลิตฟองไข่ที่ไม่มีคุณภาพออกมาเลย การใช้ไข่บริจาคก็อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยได้ แต่หมอก็อยากให้เป็นทางเลือกสุดท้ายของการรักษา
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจ “Egg Ready Checkup” เพื่อประเมินการทำงานของรังไข่และสุขภาพมดลูก คลิกที่นี่
หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทางของ Superior A.R.T.
LIVE โดย

พญ. ศศิกาญจน์ ตั้งทัศนา (ว.37027)
สูตินรีแพทย์ ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และภาวะมีบุตรยาก
ข่าวสารและบทความอื่นๆ
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.70 ❝การย้ายตัวอ่อนรอบธรรมชาติ VS รอบเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยฮอร์โมน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้โอกาสท้องสูงสุด❞
ก่อนที่จะย้ายตัวอ่อน จะต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อน ปัจจุบันมี 2 วิธีที่นิยม คือ การย้ายตัวอ่อน รอบธรรมชาติ กับ รอบใช้ฮอร์โมน แล้ว 2 วิธีนี้ แตกต่างกันอย่างไร? มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง? และวิธีไหนที่จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้มากกว่ากัน? มาดูกันใน Live EP.70 นี้ได้เลย
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.69 ❝5 คำถามยอดฮิต ของคนมีลูกยาก ก่อนเตรียมตัวทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)❞
สำหรับคู่สมรสที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก การตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF หรือ ICSI) มักตามมาด้วยคำถามและความกังวลใจมากมาย ใน Superior A.R.T. LIVE EP.69 นี้จะมาอธิบายแบบเจาะลึก ครบถ้วนทุกประเด็น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างมั่นใจที่สุด
ผลตรวจน้ำเชื้อ (Semen Analysis) อ่านอย่างไร? 7 ค่าสำคัญที่ว่าที่คุณพ่อต้องรู้
ผลตรวจน้ำเชื้อ (Semen Analysis) “ตัวเลขไหนสำคัญ?” ทำไมว่าที่คุณพ่อต้องรู้! ปล่อยธรรมชาติเกิน 1 ปีแล้วยังไม่ท้อง… ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายหญิงเสมอไป สิ่งแรกที่คุณผู้ชายควรทำคือการตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ เพื่อเช็คความพร้อมและประเมินสถานการณ์





