
ผลตรวจน้ำเชื้ออยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่าง พยายามมีบุตรมาระยะหนึ่งแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพของ DNA ภายในสเปิร์ม ซึ่งไม่สามารถดูได้จากการตรวจน้ำเชื้อพื้นฐานทั่วไป
การตรวจ DFI (DNA Fragmentation Index) ช่วยประเมินระดับความเสียหายหรือการแตกหักของ DNA ในสเปิร์ม ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะมีบุตรยาก การพัฒนาของตัวอ่อน ผลการรักษา IVF/ICSI และการแท้งในระยะแรก
รับชมคลิป: ตรวจ DFI คืออะไร? ใครบ้างควรตรวจ DNA สเปิร์ม?
DFI คืออะไร?
DFI เป็นค่าที่ใช้ประเมินระดับ Sperm DNA Fragmentation หรือความเสียหายของสารพันธุกรรมภายในหัวของสเปิร์ม
DNA ส่วนนี้มีบทบาทสำคัญหลังการปฏิสนธิ เพราะเป็นสารพันธุกรรมจากฝ่ายชายที่จะถ่ายทอดไปยังตัวอ่อน หาก DNA เสียหายมาก อาจส่งผลต่อพัฒนาการของตัวอ่อน และสัมพันธ์กับปัญหาการมีบุตรยากในบางกรณี
DFI ต่างจากการตรวจน้ำเชื้อทั่วไปอย่างไร?
Semen Analysis ดูจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ
ส่วน DFI Test ดูความเสียหายของ DNA ที่อยู่ภายในส่วนหัวของสเปิร์ม
สิ่งสำคัญคือ ผลตรวจน้ำเชื้อปกติ ไม่ได้หมายความว่า DNA ของสเปิร์มจะปกติเสมอไป
ดังนั้น DFI ไม่ได้มาแทนที่การตรวจน้ำเชื้อพื้นฐาน แต่เป็นการตรวจเพิ่มเติมในระดับสารพันธุกรรมที่ช่วยเติมข้อมูลในกรณีที่แพทย์ต้องการประเมินเชิงลึกมากขึ้น
ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจ DFI?
การตรวจ DFI ไม่ได้จำเป็นสำหรับผู้ชายทุกคน แต่แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมในกรณีที่มีประวัติหรือปัจจัยบางอย่าง เช่น
ผลตรวจ DFI จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกับอายุของทั้งสองฝ่าย ผลตรวจน้ำเชื้อ คุณภาพไข่ ประวัติการตั้งครรภ์ และผลการรักษาที่ผ่านมา
ถ้าค่า DFI สูง แปลว่ามีลูกไม่ได้หรือไม่?
✖️ ไม่ใช่
ค่า DFI ที่สูงไม่ได้หมายความว่าจะมีบุตรไม่ได้ แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้แพทย์เห็นปัจจัยจากฝ่ายชายละเอียดขึ้น และนำไปประกอบการวางแผนรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคู่ในขั้นต่อไป
ภาวะมีบุตรยาก การทำ IVF/ICSI ไม่สำเร็จ หรือการแท้งซ้ำ ล้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ การแปลผล DFI จึงควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ และไม่ควรใช้ผล DFI เพียงค่าเดียวในการสรุปปัญหา
จำเป็นต้องตรวจ DFI ก่อนทำ ICSI ทุกคนไหม?
✖️ ไม่จำเป็น
ในหลายกรณี การตรวจน้ำเชื้อพื้นฐานและการประเมินตามปกติก็เพียงพอแล้ว แต่หากมีประวัติการรักษาไม่สำเร็จ มีภาวะมีบุตรยากที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ หรือมีประวัติแท้งซ้ำ แพทย์อาจพิจารณาสั่งตรวจ DFI เพิ่มเติม
หากตรวจน้ำเชื้อปกติ แต่ยังไม่ท้อง ควรทำอย่างไร?
หากพยายามมีบุตรต่อเนื่องแล้วยังไม่สำเร็จ ไม่ควรประเมินจากผลตรวจน้ำเชื้อของฝ่ายชายเพียงอย่างเดียว เพราะภาวะมีบุตรยากเกี่ยวข้องกับทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือหลายปัจจัยร่วมกัน
แพทย์จะพิจารณาประวัติของทั้งคู่ รวมถึงผลตรวจที่ผ่านมา ก่อนประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมถึงระดับ DNA ของสเปิร์มหรือไม่
สำหรับบางคู่ การตรวจ DFI อาจช่วยเติมข้อมูลในจุดที่การตรวจน้ำเชื้อทั่วไปยังตอบไม่ได้ และช่วยให้การวางแผนรักษาในขั้นต่อไปมีความชัดเจนมากขึ้น
ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ DFI
หากคุณและคู่สมรสพยายามมีบุตรมาระยะหนึ่งแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ หรือมีประวัติเคยทำ IVF หรือ ICSI แล้วผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หรือมีประวัติแท้งซ้ำ สามารถนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อประเมินว่าการตรวจ DFI หรือความสมบูรณ์ของ DNA สเปิร์มเหมาะสมกับคุณหรือไม่
ข่าวสารและบทความอื่นๆ
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.72 ❝ย้ายตัวอ่อนไม่ติด ทำไงดี? เจาะลึก ERA Test & ORA Test คืออะไร ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างไร❞
ใน Live EP.72 นี้ จะพูดถึง ERA Test ซึ่งหัวข้อนี้เหมาะกับคนที่กำลังอยู่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ที่มักตั้งคำถามว่าเราจำเป็นต้องตรวจ ERA Test หรือไม่ ตรวจแล้วมีประโยชน์อย่างไร และจะช่วยเพิ่มโอกาสในการใส่ตัวอ่อนแล้วตั้งครรภ์สำเร็จได้อย่างไร
𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.71 ❝มีลูกหนึ่งคน ต้องมีไข่เท่าไหร่ถึงเพียงพอ เจาะลึกกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) และปัจจัยที่ควรรู้❞
จากคำถามว่า อยากมีลูกหนึ่งคน ต้องมีไข่เท่าไหร่ ถึงเพียงพอ? และ ทำไมตอนเก็บไข่ได้ตั้ง 10 ใบ แต่สุดท้ายพอเลี้ยงเป็นตัวอ่อนกลับไม่ได้ 10 ตัว? มาดูคำตอบใน Live EP.71 นี้ได้เลย





