ถามหมอ 💬 กับหมอจิว : เจาะลึกความลับผู้ชาย “DNA ของสเปิร์ม” คืออะไร? และมีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร?
DNA ของสเปิร์ม สำคัญแค่ไหน? ทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพตัวอ่อนและโอกาสตั้งครรภ์
หลายคนอาจเข้าใจว่า “สเปิร์มที่ดี” หมายถึงสเปิร์มที่มีจำนวนมาก เคลื่อนไหวได้ดี และมีรูปร่างปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา นั่นคือ DNA ของสเปิร์ม ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อการปฏิสนธิ การพัฒนาของตัวอ่อน และโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ
ตัวอ่อนที่แข็งแรงไม่ได้เกิดจากคุณภาพของไข่หรือสเปิร์มเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากการรวมตัวของสารพันธุกรรมจากทั้ง เซลล์ไข่ของคุณแม่ และ สเปิร์มของคุณพ่อ หากสารพันธุกรรมของฝ่ายชายเกิดความเสียหาย แม้ว่าผลตรวจสเปิร์มทั่วไปจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อนและผลลัพธ์ของการรักษาภาวะมีบุตรยากได้
คลิปวิดีโอจาก หมอจิว – นพ.สิริเชษฐ์ อเนกพรวัฒนา แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า DNA ของสเปิร์มคืออะไร สำคัญอย่างไร และเหตุใดการตรวจสุขภาพสเปิร์มในระดับ DNA จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยค้นหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากได้อย่างตรงจุด
รับชมคลิป: DNA ของสเปิร์มสำคัญอย่างไรต่อการมีบุตร?
DNA ของสเปิร์มคืออะไร?
ภายในหัวของสเปิร์มจะบรรจุ DNA หรือสารพันธุกรรมของฝ่ายชาย ซึ่งมีหน้าที่ส่งต่อข้อมูลทางพันธุกรรมครึ่งหนึ่งให้กับตัวอ่อนหลังการปฏิสนธิ เมื่อ DNA มีความสมบูรณ์ ตัวอ่อนก็มีโอกาสพัฒนาได้ตามปกติ แต่หาก DNA เกิดความเสียหาย (DNA Fragmentation) ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในระยะต่อมา
แม้ว่าสเปิร์มจะมีจำนวนดี เคลื่อนไหวดี และรูปร่างปกติ แต่หาก DNA ภายในเกิดความเสียหาย ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การตั้งครรภ์ไม่ประสบความสำเร็จ
การตรวจ DNA ของสเปิร์มเหมาะกับใครบ้าง?
การตรวจความสมบูรณ์ของ DNA ในสเปิร์ม (Sperm DNA Fragmentation Test) อาจเป็นประโยชน์สำหรับคู่สมรสที่มีภาวะดังต่อไปนี้
- พยายามมีบุตรตามธรรมชาติมาเป็นเวลานานแต่ยังไม่สำเร็จ
- เคยทำ IUI หรือ IVF/ICSI หลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
- มีประวัติแท้งซ้ำ
- ผลตรวจน้ำเชื้อปกติ แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
- ฝ่ายชายมีอายุมาก หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัมผัสความร้อนและสารเคมีเป็นประจำ
การตรวจเชิงลึกนี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินคุณภาพของสเปิร์มได้ละเอียดกว่าการตรวจน้ำเชื้อทั่วไป และสามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับแต่ละคู่สมรสมากยิ่งขึ้น
ทำไมการตรวจระดับ DNA จึงมีความสำคัญ?
ในหลายกรณี คู่สมรสอาจได้รับผลตรวจน้ำเชื้อที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ สาเหตุหนึ่งอาจเกิดจาก ความเสียหายของ DNA ภายในสเปิร์ม ซึ่งการตรวจน้ำเชื้อมาตรฐานไม่สามารถประเมินได้
การตรวจ Sperm DNA Fragmentation จึงเป็นข้อมูลเพิ่มเติมที่ช่วยให้แพทย์ค้นหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก วางแผนการรักษาได้ตรงจุด และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จของการรักษาในอนาคต
สรุป
คุณภาพของตัวอ่อนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเซลล์ไข่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ คุณภาพของ DNA ในสเปิร์ม ด้วย การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คู่สมรสเห็นภาพรวมของปัจจัยที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ และสามารถเลือกแนวทางการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสมได้
หากคุณและคู่ครองพยายามมีบุตรมาระยะหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การตรวจสุขภาพสเปิร์มในระดับ DNA อาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ช่วยค้นหาสาเหตุและนำไปสู่การวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การตรวจ DNA ของ สเปิร์ม (Sperm DNA Fragmentation Test) หรือต้องการนัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ สามารถติดต่อทีมงานเพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้





