ข่าวสารและบทความ

ท้องไม่ท้อง เช็คตอนไหนดี? ช่วงที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์

ท้องไม่ท้อง เช็คตอนไหนดี? ช่วงที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์

🤰🏻 ในปัจจุบันการตรวจการตั้งครรภ์สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง สามารถรู้ผลได้อย่างเร็วและแม่นยำ สามารถตรวจได้ทุกช่วงเวลาของวัน  แต่ควรตรวจตอนไหน ตรวจเมื่อไหร่ให้ได้ผลที่แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน วันนี้ Superior A.R.T. เอาทริคดีๆ มาฝากค่ะ


🤰🏻  วันที่ดีที่สุดในการทดสอบการตั้งครรภ์คือเมื่อใด? 🔍

หลักการทำงานของที่ตรวจครรภ์ คือ การตรวจหาฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นจากรกหลังเกิดการปฏิสนธิได้ 6-10 วัน และฮอร์โมนชนิดนี้จะสูงมากในช่วง 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ แต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้ร่างกายผลิตได้เพียงพอสำหรับผลลัพธ์ที่แม่นยำ ดังนั้นการตรวจที่เร็วเกินไปอาจได้ผลคลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะยังไม่มากพอ

หากชุดการตรวจการตั้งครรภ์มีผลเป็นลบ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ท้อง เพื่อผลที่แม่นยำ ให้ตรวจซ้ำอีก 2-3 วัน เพราะระดับ HCG ของผู้หญิงจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ 48 ชั่วโมง

หรือทำการทดลองตรวจสอบอีกครั้งเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่อาจเกิดขึ้นจากอาการตั้งครรภ์ในระยะแรก เช่น ความกดเจ็บของเต้านม และคลื่นไส้เล็กน้อย ฯลฯ

⏰ เวลาที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์ คือ คือหลังตื่นนอนตอนเช้า เพราะปัสสาวะไม่มีสารเจือปน มีความเข้มข้นระดับ HCG สูง ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ ไม่ควรใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่หมดอายุ เพื่อผลที่แม่นยำ

สิ่งสำคัญคือต้องพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเมื่อคุณพบว่าคุณกำลังตั้งครรภ์สำหรับการดูแลและขอคำปรึกษาที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.parents.com/pregnancy/signs/test/when-to-take-a-pregnancy-test/


หรือหากคุณกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจร่างกายและรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVF, ICSI, และ IUI เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

ตรวจสอบโปรโมชั่นล่าสุด คลิก

ข่าวสารและบทความอื่นๆ

ตรวจสุขภาพรังไข่ก่อนฝากไข่ ดูอะไรบ้าง? รู้ค่า AFC และ AMH เพื่อวางแผนอนาคตให้เหมาะกับตัวเอง

คุณอาจยังไม่พร้อมมีลูก… แต่รู้ไหมว่า ตอนนี้รังไข่ของคุณอยู่ในจุดไหนแล้ว? ไม่ใช่เพื่อบอกว่าคุณต้องรีบมีลูก แต่เพื่อให้รู้ว่า ร่างกายของเรามีข้อมูลอะไรให้ใช้วางแผนอนาคตบ้าง

การได้ยินเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมมากกว่าที่คิด

หากในครอบครัวมีประวัติปัญหาการได้ยินโดยเฉพาะที่เป็นตั้งแต่กำเนิดหรืออายุยังน้อย การตรวจพาหะโรคทางพันธุกรรม Carrier Screening จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยประเมินความเสี่ยงและวางแผนการมีบุตรได้อย่างเหมาะสม

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟.73 ❝ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก มีผลต่อการย้ายตัวอ่อนและการฝังตัวหรือไม่?❞

ใน Live EP.73 นี้ จะพูดถึงการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium) ก่อนย้ายตัวอ่อน โดยทั่วไปแพทย์จะประเมินทั้งความหนา ลักษณะการเรียงตัวของเยื่อบุ ความผิดปกติภายในโพรงมดลูก และความพร้อมของฮอร์โมน ไม่ได้ดูเฉพาะตัวเลขความหนาเพียงอย่างเดียว