(คลิปย้อนหลัง ไลฟ์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2567)
โอกาสตั้งครรภ์จะลดลงไปเรื่อยๆ ตามอายุของผู้หญิง โดยเฉพาะหลัง 35 ปีที่คุณภาพไข่ลดลง ทำให้โอกาสตั้งครรภ์น้อยลงและเสี่ยงต่อความผิดปกติของโครโมโซมมากขึ้น ดังนั้น การฝากไข่จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเก็บรักษาคุณภาพไข่ในช่วงอายุที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสมีบุตรในอนาคต ใน EP. 63 นี้ คุณหมอจิว นพ. สิริเชษฐ์ อเนกพรวัฒนา (ว.47770) สูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการรักษาภาวะมีบุตรยาก จะมาพูดเรื่องการฝากไข่ ถึงเวลาต้องฝากไข่หรือยัง?
ทำไมผู้หญิงต้องฝากไข่? 01:32
ปกติแล้วโอกาสการตั้งครรภ์ของผู้หญิงจะลดลงตามอายุ โดยจะลดลงอย่างมากหลังอายุ 35 ปีเป็นต้นไป สำหรับช่วงอายุที่ผู้หญิงมีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุดคือ 25-29 ปี หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งอายุ 35 ปีก็จะลดลงค่อนข้างรวดเร็ว และเมื่ออายุเกิน 40 ปีโอกาสตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติจะเหลือไม่ถึง 5-10% ต่อเดือน
สาเหตุที่ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลงตามอายุของผู้หญิง หลักๆ เกิดจากคุณภาพของไข่ โดยเฉพาะเรื่องโครโมโซม ซึ่งโอกาสการตั้งครรภ์ในผู้หญิงจะลดลงชัดเจน ในขณะที่ผู้ชายไม่ได้ลดลงขนาดนั้น เนื่องจากไข่ของผู้หญิงถูกสร้างขึ้นตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ หลังจากนั้นจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุ เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ไข่จะถูกนำมาใช้ให้มีการตกไข่ในแต่ละรอบเดือน ดังนั้นไข่ที่ตกในแต่ละรอบเดือนเป็นไข่ที่สร้างมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ไม่ใช่ไข่ที่สร้างขึ้นมาใหม่
เมื่ออายุเยอะขึ้น ร่างกายเริ่มเสื่อมโทรม ไม่ใช่แค่ผิวหนังหน้าตาที่หย่อนคล้อย แต่รวมไปถึงเซลล์ไข่ที่เสื่อมไปตามอายุเช่นเดียวกัน ซึ่งเราจะเห็นว่าความเสื่อมเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจนหลังอายุสัก 35 ปี ทำให้โอกาสการตั้งครรภ์เมื่ออายุเกิน 35 ปี ลดลงค่อนข้างชัดเจน ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมที่สูงขึ้น ตัวอ่อนที่มีความผิดปกติของโครโมโซม จะไม่สามารถผ่านกลไกการคัดเลือกตามธรรมชาติได้ หรือทำให้ไม่ท้อง บางส่วนก็อาจจะผ่านกลไกการคัดเลือกธรรมชาติระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายไม่สามารถตั้งครรภ์จนคลอดได้ มีเพียงส่วนน้อยที่จะหลุดรอดกลไกการคัดเลือกตามธรรมชาติ จนสามารถตั้งครรภ์แล้วก็คลอดออกมาเป็นตัวเด็กได้ แต่สุดท้ายก็อาจจะมีความพิการ อย่างที่เรารู้จักกันบ่อยๆ คือดาวน์ซินโดรม ซึ่งเป็นความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 เด็กจะมีความผิดปกติทางด้านสติปัญญา อาจจะมีอวัยวะต่างๆ ที่ผิดปกติ เช่น มีหัวใจผิดปกติ มีไตผิดปกติ เป็นต้น
โอกาสที่จะได้ตัวอ่อนโครโมโซมปกติตามอายุคือเท่าไร? 05:02
โอกาสการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติต่อรอบเดือนจะลดลงตามอายุ จะสูงที่สุดช่วงอายุประมาณ 20 กลางๆ ถึงปลายๆ คือประมาณ 25-29 ปี โอกาสการตั้งครรภ์ต่อรอบเดือนจะอยู่ประมาณ 20-25% หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดลง พออายุ 30-35 ปี จะเหลือประมาณ 15-20% เมื่ออายุ 35 ปี จะลดลงค่อนข้างเร็ว โอกาสการตั้งครรภ์จะเหลือประมาณ 10-15% และเมื่ออายุเกิน 40 ปี โอกาสการตั้งครรภ์ต่อรอบเดือนจะเหลือน้อยกว่า 5% ทำให้โอกาสที่ผู้หญิงอายุเกิน 40 ปีจะตั้งครรภ์เองตามธรรมชาติเป็นไปได้น้อยมาก สาเหตุหลักๆ มาจากความผิดปกติของโครโมโซมของตัวอ่อน
โอกาสในการได้ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติจากการทำอิ๊กซี่ลดลงตามอายุ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากคุณภาพไข่ โดยโอกาสสูงที่สุดอยู่ที่ 70% ในช่วงอายุ 25-30 ปี และลดลงเหลือ 60-70% ในช่วงอายุ 30-35 ปี และ 50-60% ในช่วงอายุ 35-38 ปี และน้อยกว่า 20% เมื่ออายุเกิน 40 ปี
ดังนั้น ถ้าเราสามารถแช่แข็งไข่หรือเก็บเซลล์ไข่ไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะได้ไข่ที่มีคุณภาพดีกว่า และมีโอกาสได้ตัวอ่อนโครโมโซมผิดปกติน้อยกว่า เซลล์ไข่ที่ผ่านกระบวนการแช่แข็งเหมือนเป็นการหยุดเวลาไว้ รักษาคุณภาพไว้เท่ากับอายุตอนที่เราเก็บไข่ ทำให้โอกาสที่จะได้ตัวอ่อนโครโมโซมปกติเท่ากับอายุตอนที่เก็บไข่ โดยสามารถเก็บไว้ได้นานเป็น 10 ปี
เมื่อไรควรเริ่มตัดสินใจฝากไข่ ควรเริ่มเก็บไข่ตอนอายุเท่าไร? 08:05
ปัจจัยที่ควรพิจารณา คือ อายุ ความคุ้มค่า และแพลนการแต่งงาน
จะเห็นว่าโอกาสที่ไข่จะคุณภาพเสื่อมลง โอกาสที่จะได้ตัวอ่อนโครโมโซมผิดปกติ รวมไปถึงโอกาสที่จะตั้งครรภ์ ลดลงค่อนข้างชัดเจนหลังอายุ 35 ไป โดยทั่วไปแนะนำว่าควรฝากไข่ไว้ก่อนอายุ 35 ปี น่าจะได้ประโยชน์สูงสุด มีโอกาสที่จะได้ไข่ที่มีคุณภาพดีที่สุด และเหมาะที่จะเอาไปใช้ในการทำ ICSI ในอนาคตเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์
สำหรับคนที่อายุเกิน 35 ปี อย่างน้อยการเก็บไข่ไว้ปีนี้ คุณภาพไข่ก็ยังดีกว่าปีหน้า แต่คุณภาพอาจจะไม่ดีเท่ากับตอนเราเก็บก่อนอายุ 35 ปี รวมไปถึงจำนวนเซลล์ไข่ที่เก็บได้ในแต่ละรอบเดือนก็อาจจะน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการกระตุ้นไข่ตอนที่เราอายุน้อยกว่า แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย สรุปว่าถ้าเป็นไปได้แนะนำให้เก็บก่อนอายุ 35 ปี แต่ถ้าอายุเกิน 35 ปีไปแล้ว อย่างน้อยรีบเข้ามาเก็บดีกว่ารอไปเก็บปีหน้าหรือ 2 ปีข้างหน้า อย่างไรคุณภาพก็จะดีกว่า
โอกาสการตั้งครรภ์สูงสุดอยู่ในช่วงอายุประมาณ 25-29 ปี หลังจากนั้นค่อยๆ ลดลง ช่วงอายุ 30 ต้นๆ ก็ลดลงอย่างช้าๆ แต่จะลดลงอย่างชัดเจนหลังอายุ 35 ปี
ทำไมไม่แนะนำให้มาเก็บเซลล์ไข่ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น?
สามารถฝากไข่ได้ แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของความคุ้มค่า เช่น เก็บไข่ไว้ตอนอายุ 27 ปี และแต่งงาน 3-4 ปีถัดมา ซึ่งก็คืออายุ 31-32 ปี โอกาสการตั้งครรภ์ยังสูงอยู่ สามารถมีลูกเองตามธรรมชาติได้ ไข่ที่เก็บไว้ก็อาจจะไม่ได้ใช้ จึงไม่ได้แนะนำให้คนที่อายุน้อยมาเก็บไข่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นหรือสถานการณ์ของแต่ละครอบครัว
เมื่อมองในประเด็นอายุกับความคุ้มค่า การฝากไข่ในช่วงอายุ 30-35 ปีจะมีความคุ้มค่าสูงที่สุด เพราะว่าถ้าอายุเกิน 35 ปีไปแล้ว คุณภาพไข่จะลดลงค่อนข้างชัดเจน และเมื่อแต่งงานหลังอายุ 35 ปี โอกาสการตั้งครรภ์ก็จะลดลงค่อนข้างมาก ทำให้มีโอกาสได้ใช้ไข่ที่เก็บไว้มากกว่าการเก็บไข่ตอนอายุยังน้อย ยกเว้นบางกรณีที่มีความจำเป็น มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่มีผลกระทบต่อเซลล์ไข่ เช่น เป็นมะเร็งที่ต้องได้รับเคมีบำบัด มีความจำเป็นต้องตัดรังไข่ มีเนื้องอกหรือซีสต์ที่รังไข่ขนาดใหญ่ กรณีเหล่านี้อาจแนะนำให้แช่แข็งไข่เก็บไว้ก่อนการรักษา
ปกติการแช่แข็งเก็บเป็นเซลล์ไข่ ตามข้อมูลหลายประเทศทั่วโลก พบว่าเมื่อละลายไข่แช่แข็ง โอกาสที่เซลล์ไข่จะรอดและใช้ได้จะอยู่ที่ประมาณ 60-80% แต่ถ้าเป็นของ Superior A.R.T. จะอยู่ที่ประมาณ 80-90% ซึ่งค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากทั่วโลก
ส่วนการแช่แข็งตัวอ่อนที่มีเซลล์หลายเซลล์ เมื่อนำมาละลาย โอกาสที่จะเกิดความเสียหายจะน้อยกว่าการแช่แข็งเซลล์ไข่ที่เป็นเซลล์เดียว อัตราการรอดของตัวอ่อนจะสูงกว่า โดยข้อมูลทั่วโลกจะอยู่ประมาณ 80-90% ส่วนข้อมูลของ Superior A.R.T. จะอยู่ที่เกิน 95%
หากมีแพลนที่จะแต่งงานเร็วๆ นี้ แนะนำให้แช่แข็งตัวอ่อนดีกว่า แต่ถ้ายังโสด หรือคิดว่าแพลนการมีบุตรยังอีกนาน การแช่แข็งไข่ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ดีกว่าปล่อยไว้ให้ไข่เสื่อมไปตามอายุ
สรุปแล้ว เมื่อไรถึงควรจะต้องฝากไข่ ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ อายุ แนะนำก่อนอายุ 35 ปี แต่ถ้าอายุมากกว่า 35 ปี ควรมาเก็บให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
ปัจจัยด้านความคุ้มค่า แนะนำว่าช่วงอายุ 30-35 ปีเป็นช่วงที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด เนื่องจากมีโอกาสที่จะได้ใช้มากกว่าการฝากไข่ไว้ตอนอายุน้อย
สุดท้ายคือแพลนแต่งงาน ถ้ามีแพลนแต่งงานไม่นานมาก อาจจะแนะนำให้ทำ ICSI หรือแช่แข็งตัวอ่อนดีกว่าการแช่แข็งเซลล์ไข่ แต่ถ้ายังไม่มีแพลน หรือว่ายังอีกนาน แนะนำให้แช่แข็งไข่
ต้องเก็บไข่กี่รอบถึงจะพอ หรือต้องมีไข่แช่แข็งไว้กี่ใบถึงจะพอ? 15:25
ในแต่ละรอบ แต่ละคนอาจจะเก็บไข่ได้จำนวนไม่เท่ากัน จากข้อมูลจากการศึกษาที่ค่อนข้างเก่า ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีการแช่แข็งไข่ ซึ่งเดิมใช้เทคนิคที่เรียกว่า Slow Freezing ทำให้หลังละลายแล้วโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อเซลล์ไข่สูงกว่าวิธีในปัจจุบัน ซึ่งจากตัวเลขของเทคนิคนี้บอกว่า ถ้าเก็บไข่ได้ประมาณ 15-20 ใบ ในคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี พบว่ามีโอกาสได้ลูกประมาณ 80-85%
ปัจจุบันยังสามารถใช้ตัวเลขนี้เป็นแนวทางได้ การฝากไข่แช่แข็งในคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี อย่างน้อย 10-15 ใบขึ้นไปก็น่าจะเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเก็บเพิ่ม แต่ถ้าเก็บได้น้อยกว่า 10 ใบ อาจจะแนะนำให้กระตุ้นและเก็บเพิ่มอีกรอบ
ถ้าอายุเกิน 35 ปี ต้องเก็บไข่กี่ใบ? 16:50
บางข้อมูลบอกว่าต้องเก็บ 20-30 ใบ หรือถ้าอายุเยอะกว่านั้นอาจจะต้องเก็บถึง 40-50 ใบ โอกาสตั้งครรภ์ถึงจะสูงประมาณ 85% ซึ่งในความเป็นจริงอาจทำได้ยาก เพราะอายุเยอะขึ้น ไม่ใช่แค่คุณภาพไข่ที่ลดลง แต่จำนวนไข่ที่เก็บได้ต่อรอบก็ลดลงด้วย บางคนกระตุ้นไข่ 2-3 รอบ ก็อาจจะเก็บไข่ได้ไม่ถึง 10 ใบ
คำแนะนำคือ เก็บเท่าที่สามารถเก็บได้ ถ้าสามารถกระตุ้นได้รอบเดียวก็เก็บไว้ หรือถ้าทำได้มากกว่านั้นก็ถือว่าดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้อง 20-30 ใบ เพราะอาจเป็นไปได้ยาก
ขั้นตอนการกระตุ้นไข่และการเก็บไข่เพื่อแช่แข็งไข่ 17:56
จากภาพบนจอมอนิเตอร์ แถวบนเป็นกระบวนการที่ไข่โตและตกตามธรรมชาติ ในช่วง 3 วันแรกของรอบเดือน จะมีฟองไข่ใบเล็กหลายใบถูกเรียกขึ้นมาเพื่อโตแข่งกัน หลังจากนั้นช่วงกลางรอบเดือน จะเหลือเพียงแค่ใบเดียวที่โตชนะใบอื่นและตกได้ 1 ใบใน 1 รอบเดือน ส่วนใบอื่นๆก็จะฝ่อและหายไปในแต่ละรอบเดือน สาเหตุที่ได้เพียงใบเดียว เพราะฮอร์โมนจากธรรมชาติที่สร้างจากต่อมใต้สมองของผู้หญิงมีเพียงพอสำหรับการกระตุ้นไข่ได้แค่ใบเดียวในรอบเดือน
สำหรับรอบที่ใช้ยากระตุ้นไข่ จะใช้ฮอร์โมนตัวนี้ในขนาดที่สูงขึ้น ทำให้สามารถกระตุ้นไข่หลายใบให้โตพร้อมกัน และสามารถเก็บได้หลายใบใน 1 รอบ ปกติการกระตุ้นไข่จะใช้เวลาฉีดยาประมาณ 8-12 วัน หลังจากนั้นประมาณ 12-14 วันก็สามารถเก็บไข่ได้
ขั้นตอนการเก็บไข่ 20:00
ระหว่างทำจะใช้ยาสลบแบบฉีด คนไข้จะไม่เจ็บและไม่รู้สึกตัว โดยมีวิสัญญีแพทย์ดูแล เมื่อเริ่มขั้นตอนการเก็บไข่ หมอสูติฯ จะใช้หัวตรวจอัลตราซาวด์เหมือนที่อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด ร่วมกับเข็มที่อยู่คู่กับหัวตรวจเจาะผ่านผนังช่องคลอด เพื่อดูดเซลล์ไข่ออกจากฟองไข่โดยตรง โดยจะได้เป็นน้ำออกมา แล้วส่งให้นักวิทย์ฯ ในห้องแล็บตรวจหาเซลล์ไข่
ซึ่งเซลล์ไข่ที่ต้องการจะเป็นไข่สุกสมบูรณ์ ลักษณะเป็นเซลล์กลม มีจุดหรือโพลาร์บอดี เรียกว่า MII พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ ส่วนไข่ที่ยังไม่สุกหรือเป็นไข่อ่อนจะยังไม่พร้อมใช้งาน มีลักษณะเป็นเซลล์กลม ไม่มีจุดด้านข้าง เห็นนิวเคลียสตรงกลาง หรือเป็นเซลล์กลม ไม่มีจุดด้านข้าง แต่ไม่มีนิวเคลียสตรงกลาง
หลังจากนั้นนักวิทย์ฯ จะนำเซลล์ไข่ไปแช่แข็งด้วยเทคนิค Vitrification และเก็บไว้ในไนโตรเจนเหลว อุณหภูมิประมาณ -196 องศาเซลเซียส เพื่อหยุดการทำงานของเซลล์ไข่ และรักษาคุณภาพไว้เท่าๆ กับตอนที่เก็บ โดยสามารถเก็บได้นานเป็น 10 ปี จากรายงานในต่างประเทศ พบว่ามีการตั้งครรภ์จากไข่ที่แช่แข็งไว้นานถึงประมาณ 14 ปี หากสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิในการเก็บเหมาะสม ก็สามารถเก็บได้ยาวๆ
การเตรียมตัวก่อนเก็บไข่ 22:58
การรักษาสุขภาพ ปรับไลฟ์สไตล์ให้เป็นไปในทางที่ดี
สำหรับผู้หญิงอายุ 30-35 ปี หรือยังไม่มีแพลนแต่งงานในเร็วๆ นี้ การแช่แข็งไข่ ฝากไข่ไว้ก่อน เป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกในอนาคต และลดความเสี่ยงที่ลูกจะมีโอกาสมีความผิดปกติทางโครโมโซม
แต่สำหรับคนที่มีอายุเกิน 40 ปี คุณภาพไข่จะลดลงมาก โอกาสที่ไข่จะมีความผิดปกติสูงมาก การแช่แข็งไข่อาจไม่ค่อยได้ประโยชน์ หากแต่งงานแล้วแนะนำทำ ICSI ร่วมกับการตรวจโครโมโซม และแช่แข็งเป็นตัวอ่อนเก็บไว้ ดีกว่าการแช่แข็งเป็นเซลล์ไข่ สามารถเก็บตัวอ่อนได้นานโดยยังคุณภาพดีอยู่ เหมาะสำหรับวางแผนมีลูกคนที่ 2 หรือ 3 ในอนาคตได้
หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทุกช่องทางของ Superior A.R.T.
LIVE โดย

นพ. สิริเชษฐ์ อเนกพรวัฒนา (ว.47770)
สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก
ข่าวสารและบทความอื่นๆ





