อยากมีลูกแฝดต้องทำยังไงบ้าง?

อยากมีลูกแฝดต้องทำยังไงบ้าง

👶🏼👶🏼

สำหรับคู่รักที่ใฝ่ฝันอยากมีลูกแฝด แต่ไม่มีกรรมพันธุ์แฝดในครอบครัวจะยังสามารถมีลูกแฝดได้ไหม ต้องทำยังไงบ้าง? 

วันนี้ Superior A.R.T. เอาคำตอบมาฝากสำหรับคู่ที่อยากมีลูกแฝดโดยเฉพาะ 💕

ในปัจจุบันการตั้งครรภ์ลูกแฝดอาจเกิดขึ้นได้จากการทำ IVF ด้วยการย้ายตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการฝังตัวของตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัว เกิดการตั้งครรภ์แฝดตามมา

ส่วนโอกาสการตั้งครรภ์ลูกแฝดจากกระบวนการ IVF ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ จำนวนตัวอ่อนที่ย้าย, อายุฝ่ายหญิง และสาเหตุภาวะมีบุตรยากของผู้เข้ารับการรักษา  

🤰🏻 หากคุณอยากมีลูกแฝดด้วยการทำ IVF นั้น ลำดับแรกขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการตั้งครรภ์แฝดอย่างละเอียดถี่ถ้วน และปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางโดยตรง เพราะการตั้งครรภ์ลูกแฝดนั้นอาจมีปัญหาหลายประการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ เพิ่มโอกาสแท้ง, คลอดก่อนกำหนด, เด็กตัวเล็ก, ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นหากอยากมีลูกแฝดก็ควรเข้ารับคำปรึกษาโดยตรงกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน IVF จะช่วยให้คุณทราบและเข้าใจโอกาสของการตั้งครรภ์แฝดจากการทำ IVF ของคุณได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้นค่ะ


อ่านบทความ 5 ข้อควรรู้ เกี่ยวการมีลูกแฝด และการตั้งครรภ์แฝด เพิ่มเติม คลิก

เราเป็น PCOS รึเปล่านะ? เช็คเลย!


เราเป็น PCOS รึเปล่านะ? เช็คเลย!

PCOS ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS) เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมนในร่างกาย โดยอาจเกิดจากกรรมพันธุ์หรือความผิดปกติของหลายระบบในร่างกาย 

PCOS จะแสดงอาการแตกต่างไปในแต่ละคน ซึ่งอาการหลักๆ ได้แก่ 

✅ ประจำเดือนมาไม่ปกติ

✅ มีภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากฮอร์โมนมีความไม่สมดุล มักเกิดภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง  จึงส่งผลให้มีบุตรยาก

✅ มีอาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายสูง เช่น มีสิว ผิวมัน ขนดก ศีรษะล้าน ผมบาง ฯลฯ 

ผลกระทบของการเป็น PCOS มีอะไรบ้าง?

✅ ส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยาก

✅ เสี่ยงความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด

✅ เสี่ยงโรคอ้วนและโรคตับอักเสบ

✅ เพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน

✅ ส่งผลต่อโพรงมดลูก เช่น อาการเลือดออกผิดปกติ หรือเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีอาการดังกล่าว หรือรู้ตัวว่าเป็น PCOS อยู่แล้ว ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางการรักษาแต่เนิ่นๆ

โอกาสในการตั้งครรภ์ของสาวๆ แต่ละช่วงวัย


เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อายุของคุณแม่นั้น มีผลต่อการตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก โดยพื้นฐานแล้วผู้หญิงจะเกิดมาพร้อมไข่ประมาณ 2-6 ล้านฟองตั้งแต่แรกเกิด และปริมาณเซลล์ไข่ก็จะลดลงเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจำนวนไข่ก็จะลดน้อยลงไป ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดน้อยลงเรื่อยๆ

แล้วอายุเท่าไหร่ที่เหมาะสมในการตั้งครรภ์? อายุเยอะแล้วจะท้องได้ไหม? อายุเท่านี้จะมีโอกาสตั้งครรภ์กี่เปอร์เซ็นต์? วันนี้ Superior A.R.T. มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ


📍 ช่วงอายุ 20 ปี

เป็นช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรงสมบูรณ์ จำนวนไข่เยอะและมีความสมบูรณ์ และแทบไม่มีความผิดปกติของโครโมโซมที่อาจทำให้เกิดปัญหาต่อการตั้งครรภ์  ทำให้เป็นช่วงวัยที่มีโอกาสการตั้งครรภ์สูง และมีความเสี่ยงของการแท้งบุตรต่ำ

อัตราความสำเร็จต่อรอบเดือน : 25%

อัตราความสำเร็จต่อปี : 96%

อัตราการแท้ง : 10%


📍 ช่วงอายุ 30 ปี

ช่วงวัยอายุ 30-35 ปี ถือเป็นช่วงที่อัตราการตั้งครรภ์ยังคงสูง แต่จะลดน้อยลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงอายุ 20 ปี สาวๆ ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ที่อยากมีลูก อาจลองพยายามด้วยตัวเองก่อนภายในระยะเวลา 1 ปี ถ้าหากไม่สำเร็จควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการ

ส่วนสาวที่อายุมากกว่า 35 ปี ไข่ยังมีจำนวนมาก แต่อาจจะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมมากขึ้น ส่งผลให้โอกาสการตั้งครรภ์ลดน้อยลง อัตราการแท้งบุตรสูงขึ้น  และมาพร้อมกับความเสี่ยงของโรคทางพันธุกรรมที่มากขึ้น ดังนั้นจึงควรรับคำปรึกษาจากแพทย์

อัตราความสำเร็จต่อรอบเดือน : 15 – 20%

อัตราความสำเร็จต่อปี : 78 – 86%

อัตราการแท้ง : 15 – 25%


📍 ช่วงอายุ 40 ปี

โอกาสในการตั้งครรภ์สำหรับคนที่อายุ 40 จะลดลงอย่างมาก เนื่องจากไข่ในรังไข่เกือบ 80% เป็นไข่ที่ผิดปกติ ทำให้อัตราการแท้งบุตรสูงขึ้น รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จากการตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ เบาหวานช่วงตั้งครรภ์ ยิ่งเมื่ออายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป หลายๆ คน เข้าสู่ช่วงวัยที่เริ่มหมดประจำเดือน ส่งผลต่อการตั้งครรภ์โดยตรง

อัตราความสำเร็จต่อรอบเดือน : 1 – 5 %

อัตราความสำเร็จต่อปี : 40%

อัตราการแท้ง : 34 – 53%


📍 ช่วงอายุ 50 ปี

ผู้หญิงในวัยนี้แทบไม่มีไข่เหลืออยู่ในรังไข่ และไข่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เกือบ 100% ทำให้โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติของสาวในวัยนี้ต่ำมาก

อัตราความสำเร็จต่อรอบเดือน : น้อยกว่า 1%

อัตราการแท้ง : 95%


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.shecares.com/pregnancy/chances-of-getting-pregnant-by-age


เป็นแม่ได้ในวันที่พร้อม กับ แพ็กเกจฝากไข่ แช่แข็งไข่ Egg Freezing หยุดเวลาก่อนที่ไข่จะเสื่อมคุณภาพลงเมื่ออายุมากขึ้น เลือกฝากไข่ในช่วงที่เซลล์ไข่มีคุณภาพดี

หรือหากคุณกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจร่างกายและรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVFICSI, และ IUI เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์


รู้หรือไม่ว่า อายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มความเสี่ยงได้ตัวอ่อนที่โครโมโซมผิดปกติ มากขึ้น?!

รู้หรือไม่ว่า อายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มความเสี่ยงได้ตัวอ่อนที่โครโมโซมผิดปกติ มากขึ้น?!

ตัวอ่อนที่โครโมโซมผิดปกติ เป็นสาเหตุสำคัญที่ลดโอกาสตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงของการแท้ง และมีลูกที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือพิการได้ สาเหตุของตัวอ่อนผิดปกตินั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม พบได้บ่อยขึ้นในมารดาที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก อายุยิ่งมากยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ยังเจอได้ในครอบครัวที่มีประวัติโรคทางพันธุกรรมที่มาจากพ่อหรือแม่ที่เป็นพาหะ ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อความผิดปกติของเด็กได้

แต่ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะมีทางแก้ โดยการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ด้วยวิธี NGS เป็นการตรวจคัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อนทั้ง 23 คู่ และวิธี Karyomapping ในครอบครัวที่มีโรคทางพันธุกรรม เพื่อเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด ก่อนใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก ช่วยลดโอกาสการแท้ง สามารถเข้ารับคำปรึกษา เพื่อลูกน้อยในอนาคตที่สมบูรณ์ได้ที่ Superior A.R.T. Thailand

Superior A.R.T. แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร? และทำไมผู้เข้าใช้บริการจึงตัดสินใจเลือก Superior A.R.T. ให้ดูแล 💙

Superior A.R.T. แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร? และทำไมผู้เข้าใช้บริการจึงตัดสินใจเลือก Superior A.R.T. ให้ดูแล 💙

🔬 ความชำนาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
Superior A.R.T. เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ทั้งในด้านบุคลากร นักวิทย์ และอุปกรณ์เครื่องมือ เป็นคลินิกแรกในเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นธาลัสซีเมียด้วยการคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนที่ปลอดโรค และมีเนื้อเยื่อที่เข้ากันได้กับบุตรที่ป่วยเพื่อใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูก (HLA matching) สำหรับรักษาบุตรที่เป็นธาลัสซีเมียให้หายขาด

🧬 อัตราการตั้งครรภ์สูง
ผู้เข้าใช้บริการสามารถมั่นใจกับผลการทดสอบของห้องปฏิบัติการ ที่มีความน่าเชื่อถือ แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล ได้รับ ISO 15189 และ ISO 15190 ด้วยประสบการณ์ ความชำนาญ ผสานกับเทคโนโลยีที่นำสมัย (ICSI+NGS) ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ได้สูงถึง 72%

💕 ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของคู่สมรส
Superior A.R.T. วางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละครอบครัว โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน และมีบริการให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง (ในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน) ตลอดการรักษา

Superior A.R.T. ให้บริการการรักษาที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูง พร้อมออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละครอบครัว ช่วยเพิ่มโอกาสในการเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์และเป็นจริงได้

มหัศจรรย์เจ้าตัวน้อย มาดูการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในเครื่อง Geri® ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง วันที่ 5

วันนี้ Superior A.R.T. Thailand จะพาไปเฝ้าดูตัวอ่อนที่เจริญเติบโตในเครื่อง Geri® ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง วันที่ 5 กันค่ะ
ไม่น่าเชื่อเลยว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เราจะได้เห็นต่อไปนี้ จะกลายเป็นเจ้าเด็กน้อยที่สุดแสนจะน่ารักในเร็วๆ นี้ 💙

🥚 ระยะต่างๆ ของตัวอ่อนแต่วันที่ 0 – 6
วันที่ 0-1 : ปฏิสนธิ เป็นตัวอ่อนระยะ ไซโกต (zygote)
วันที่ 2 – 3 : ตัวอ่อนแบ่งเซลล์ เข้าสู่ระยะ cleavage
วันที่ 4 : ตัวอ่อนเข้าสู่ระยะ Morula
วันที่ 5-6: ตัวอ่อนเข้าสู่ระยะ บลาสโตซิสท์ (Blastocyst)

เครื่อง Geri® เกี่ยวข้องยังไงกับการดูแลตัวอ่อน?
ตู้เลี้ยงตัวอ่อน Geri® เป็นเทคโนโลยีที่นำสมัย ปลอดภัย และถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ติดตามพัฒนาการการเจริญเติบโตของตัวอ่อนได้โดยละเอียดแบบเรียลไทม์ ภายในตัวเครื่องมีการรักษาอุณหภูมิและระดับแก๊สในแต่ละห้องเพาะเลี้ยง ที่เอื้อต่อการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน จนถึงระยะวันที่ 5 หรือ 6 หลังการปฏิสนธิ ก่อนจะนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูกต่อไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีของเรา ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น

Geri® กับการดูแลตัวอ่อน : เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ ตอนที่ 2

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับเครื่อง Geri® ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลตัวอ่อนในบทความแรกไปแล้ว วันนี้ Superior A.R.T. จะพาคุณเจาะลึกเครื่อง Geri® ให้มากยิ่งขึ้น กับหัวข้อ ❝ เครื่อง Geri® ที่สุดกับการให้ความสำคัญในทุกช่วงเวลาของตัวอ่อน ❞

  • เครื่อง Geri® ประกอบไปด้วยห้องเพาะเลี้ยง 6ห้องสำหรับใช้เลี้ยงตัวอ่อน โดยแต่ละห้องมีระบบควบคุมที่แยกออกจากกัน และถูกออกแบบให้เพาะตัวอ่อนสำหรับ 1 คนต่อ 1 ห้องเท่านั้น สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ใกล้เคียงกับอุณภูมิในครรภ์ของร่างกายแม่มากที่สุด
  • แต่ละห้องเพาะเลี้ยงจะติดตั้งกล้อง ที่สามารถเก็บภาพความละเอียดสูงถึง 2560×1928 พิกเซล ซึ่งสามารถจับภาพระนาบได้มากถึง 11 ระนาบ โดยมีการครอปภาพตัวอ่อนในทุกๆ 5 นาที ช่วยลดการเคลื่อนย้ายตัวอ่อนไปรอบๆ ตู้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้องเช่นกัน
  • ง่ายต่อการสังเกตและเฝ้าติดตามตัวอ่อนในแต่ละห้องเพาะเลี้ยง โดยสามารถดูได้ที่หน้าจอ LCD ของแต่ละห้องเพาะเลี้ยง หรือสามารถดูได้จากหน้าจอหลักของตัวเครื่อง Geri® ที่แสดงภาพรวมของตู้เพาะเลี้ยงทั้งหมด และสามารถดูได้จากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อต่อกับเครื่อง Geri® ได้ด้วย
  • สามารถนำตัวอ่อนออกจากห้องเพาะเลี้ยงได้อย่างอิสระ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อห้องเพาะเลี้ยงห้องอื่น

คลิกอ่านบทความตอนที่ 1 Geri® กับการดูแลตัวอ่อน : เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

ทำไมถึงควรตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร

ในปัจจุบันการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เพื่อเตรียมตัวก่อนมีบุตรนั้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แล้วการตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมในการมีบุตรนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง วันนี้ Superior A.R.T. Thailand มีคำตอบมาฝากกันค่ะ

🔍 ข้อดีของการตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร
✅ แพทย์เฉพาะทางสามารถช่วยวางแผนการมีบุตรอย่างมีคุณภาพ ภายใต้ระยะเวลาที่เหมาะสม
✅ ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เพื่อดูความพร้อมในการตั้งครรภ์ของพ่อแม่ เช่น มีภาวะมีบุตรยากหรือไม่ อสุจิแข็งแรงหรือไม่ เพื่อสามารถหาแนวทางรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
✅ สามารถตรวจฮอร์โมน หาโรคติดเชื้อต่างๆ หรือตรวจพาหะโรคพันธุกรรมบางโรคได้ เช่น โรคธาลัสซีเมีย ที่อาจถ่ายทอดไปยังลูก
✅ ช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ หรือกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ เช่น ไทรอยด์ เป็นต้น
✅ มีแพทย์ผู้ชำนาญการให้คำปรึกษา เพื่อเตรียมพร้อมให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างสมบูรณ์

เพราะลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์ ย่อมเกิดจากพ่อแม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ที่ Superior A.R.T. Thailand จึงมีโปรแกรมตรวจสุขภาพสำหรับคู่รักเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีลูกน้อย
💕 แพ็กเกจ Couple Checkup พิเศษเพียง 4,999 บาท จาก 7,999 บาท
💕 แพ็กเกจ Couple Plus Checkup พิเศษเพียง 12,899 บาท จาก 16,200 บาท

ดูโปรโมชั่นเพิ่มเติม คลิก

Karyomapping เทคนิคใหม่ล่าสุดในการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมในระดับยีนเดี่ยว

Karyomapping เป็นเทคนิคใหม่ล่าสุดในการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรมในระดับยีนเดี่ยว เพื่อคัดกรองตัวอ่อนที่ปราศจากโรคใส่กลับสู่โพรงมดลูก ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความละเอียดสูง แม่นยำ ให้ผลการตรวจที่รวดเร็ว ตรวจครอบคลุมได้หลายโรคในระดับยีน สามารถช่วยคัดกรองโรคทางพันธุกรรมและความผิดปกติที่เกิดจากโครโมโซม ไม่ให้ส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูก เช่น โรคธาลัสซีเมีย ดาวน์ซินโดรม โรคหูหนวก โรคตาบอดสี โรคฮีโมฟีเลีย โรคประสาทชักกระตุก ฯลฯ

ข้อดีของการตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมด้วยเทคโนโลยี  Karyomapping

✅ ช่วยคัดกรองโรคทางพันธุกรรมและความผิดปกติทางโครโมโซม ไม่ให้ส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูก

✅ เทคนิคนี้ได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำสูง มีความน่าเชื่อถือมากกว่า 95%

✅ รวดเร็ว ใช้เวลาคัดกรองเพียง 1-3 สัปดาห์

✅ สามารถตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT-A) ไปพร้อมๆ กัน

ดังนั้นคู่สมรสที่ครอบครัวมีประวัติทางโรคพันธุกรรม อยากมีลูกปลอดโรค ควรเลือกตรวจคัดกรอง Karyomapping เพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดจากโรคทางพันธุกรรม​ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองพันธุกรรมได้ที่ Superior A.R.T. Thailand

รู้ไหมว่า วันที่ 19 – 25 กันยายน ของทุกปี เป็นสัปดาห์คนหูหนวกแห่งชาติ

สัปดาห์คนหูหนวกแห่งชาติ ถือเป็นวันสำคัญสากลของผู้พิการทางการได้ยิน โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดวันดังกล่าว เพราะมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักในสิทธิและความเท่าเทียมของการสื่อสาร

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่าจํานวนผู้ป่วยที่มีภาวะสูญเสียการได้ยิน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จาก 120 ล้านคนไปเป็น 2,500 ล้านคนทั่วโลกในปี 2050

โรคหูหนวกเกิดได้จากหลายสาเหตุ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ กับกลุ่มที่เกิดจากกรรมพันธุ์

กลุ่มที่ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ มีหลากหลายสาเหตุ ได้แก่

  1. แม่มีการติดเชื้อในระหว่างตั้งครรถ์
  2. เกิดจากภาวะที่มีการอักเสบของหูชั้นกลาง หรือโพรงกระดูก จนไปถึงแก้วหูทะลุ
  3. เกิดจากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะการติดเชื้ออื่นๆ
  4. โรคหินปูนเกาะกระดูกหู  
  5. อายุ
  6. เกิดจากการบาดเจ็บ หรือการกระแทกที่หู

กลุ่มที่เกิดจากกรรมพันธุ์

  1. ได้รับยีนกลายพันธุ์จากพ่อและแม่ที่เป็นพาหะทั้งคู่
  2. เกิดจากการที่ทารกได้รับยีนกลายพันธุ์จากพ่อหรือแม่เพียงคนใดคนหนึ่ง
  3. คนหูหนวกมักเป็นที่เพศชายที่ถ่ายทอดผ่านโครโมโซม X จากแม่ที่เป็นพาหะ

ป้องกันโรคหูหนวกได้ด้วย ❝ Karyomapping ❞ ​

จะเห็นได้ว่าถึงพ่อและแม่จะไม่มีปัญหาเรื่องการได้ยิน แต่พ่อหรือแม่นั้นก็สามารถเป็นพาหะของโรคได้ ถือเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อลูกน้อย แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถช่วยปกป้องลูกน้อยในอนาคตจากโรคหูหนวกได้ด้วยเทคนิค Karyomapping ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองพันธุกรรมในระดับยีนเดี่ยว ของตัวอ่อนที่ปราศจากโรคทางพันธุกรรมก่อนการฝังตัว ได้รับการยอมรับว่ามีความแม่นยำสูง มีความน่าเชื่อถือมากกว่า 95% เลยทีเดียว