สำรวจตัวเองด่วน! 5 สิ่งที่อาจทำให้คุณมีลูกยาก!

สำรวจตัวเองด่วน! 5 สิ่งที่อาจทำให้คุณมีลูกยาก!

1️⃣ ความเครียด
เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คุณมีบุตรยาก ส่งผลให้การตกไข่ผิดปกติ ลองหาวิธีหรือกิจกรรมทำเพื่อคลายเครียด

2️⃣ ขาดความร่วมมือระหว่างสามีและภรรยา
อย่าลืมว่าการจะมีลูกนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างสามีและภรรยา ความสำเร็จนี้ไม่สามารถสร้างได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง การดูแลสุขภาพทั้งฝ่ายสามีและภรรยา มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน จะช่วยเพิ่มโอกาสการมีลูกให้มากขึ้น

3️⃣ ขาดความรู้ความเข้าใจ
คู่รักหลายๆ คู่ที่ยังไม่สามารถมีลูกได้นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสีย ต่อสุขภาพ เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนน้อย นอนไม่เป็นเวลา มีเพศสัมพันธ์ไม่ตรงกับวันตกไข่ ทำให้เผชิญกับภาวะมีบุตรยาก

4️⃣ ความผิดพลาดในอดีต
บางครั้งพฤติกรรมในอดีตก็เป็นปัจจัยที่ทำให้หลายๆ คู่ เจอกับปัญหามีบุตรยาก เช่น ไม่ใส่ใจในสุขภาพเท่าที่ควร หรือมัวแต่รอให้ท้องเองตามธรรมชาติ จนเข้าสู้วัยที่อายุมากขึ้น จนจำนวนไข่ลดลง หรือไม่ได้ฝากไข่ที่สมบูรณ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เป็นต้น ดังนั้นหากคุณอยากมีลูก หรือวางแผนมีลูกในอนาคต ก็ควรเริ่มต้นวางแผนไว้ตอนนี้ก่อนยังไม่สาย

5️⃣ ใช้บริการคลินิกที่ไม่มีความเชี่ยวชาญพอ
หลายๆ คู่ ที่เข้ารับการรักษาแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนั้น อาจเพราะไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล อย่าลืมแต่ละคู่มีปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนวทางการรักษาจึงมีความแตกต่างกันตามปัญหาของแต่ละคู่ เลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ แพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จมากขึ้น

หากใครกำลังวางแผนอยากมีลูกน้อย สามารถเข้ามาปรึกษา Superior A.R.T. ได้ทุกวันเลยนะคะ เราพร้อมหาทางรักษาภาวะมีบุตรยาก ที่ออกแบบมาในแต่ละบุคคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานกับการรักษาคนไข้ที่มีบุตรยากทั่วโลก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://bit.ly/3DupYVT

มุมมองของผู้หญิงทำงานแบบคุณอาย กมลเนตร ที่ให้ความสำคัญกับการเก็บไข่

เพราะไข่ของผู้หญิงมีจำนวนจำกัด เลือกฝากไข่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ได้ไข่คุณภาพดีและสามารถมีลูกได้ในวันที่พร้อม

ลองมาดูกันว่าในมุมมองของผู้หญิงทำงานแบบคุณอาย กมลเนตร ทำไมถึงให้ความสำคัญกับการเก็บไข่

โปรโมชั่นแพ็กเกจฝากไข่ราคาพิเศษ คลิก

7 เรื่องสำคัญ ที่คุณยังไม่รู้ หรือเข้าใจผิด เกี่ยวกับโอกาสการตั้งครรภ์ 🤰

7 เรื่องน่ารู้ ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ 🤰

1.ความเครียดส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์

รู้ไหมว่าเรื่องเครียดที่เราเจอในแต่ละวันนั้น อาจส่งผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์ได้ เพราะสมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อการตกของไข่และการแข็งตัวขององคชาตได้

2. ผู้หญิงที่วางแผนมีลูกควรรับประทานกรดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์

ผู้หญิงส่วนใหญ่คิดว่าควรเริ่มกินวิตามินหลังจากตั้งครรภ์แล้วเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ควรรับประทานวิตามิน เช่น กรดโฟลิกซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ 2 เดือนก่อนที่วางแผนจะมีลูก เพราะจะช่วยลดภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ ช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ให้มีคุณภาพดี ทำให้ไข่แข็งแรง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์มากขึ้น

3. ท่วงท่าของการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์

มักจะมีความเชื่อกันว่าท่วงท่าของการมีเพศสัมพันธ์จะช่วยให้สอดใส่ได้ลึกขึ้น ช่วยให้ท้องง่ายนั้นไม่จริงเสมอไป เพราะเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิในตำแหน่งที่เหมาะสม สเปิร์มก็สามารถเคลื่อนตัวไปที่รังไข่ได้ตามปกติอยู่แล้ว

4. ยืนขึ้นทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิสนธิ

การยืนขึ้นหลังมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติจะไม่ส่งผลต่อความสามารถของสเปิร์มในการปฏิสนธิกับไข่ ยกเว้นแต่ในกระบวนการผสมเทียม ผู้ป่วยควรนอนราบประมาณ 30 นาที –  1 ชม. หลังจากขั้นตอนการผสมเทียม

5. มีเพศสัมพันธ์หลายครั้งในหนึ่งวันไม่ได้เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

การมีเพศสัมพันธ์ทุกวันในช่วงที่ไข่ตกจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ เพราะสเปิร์มสามารถอยู่รอไข่ในมดลูกได้ประมาณ 42 ถึง 72 ชั่วโมงหลังการหลั่ง ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน หรือสองวันก่อนไข่ตกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

6. ไม่ว่าจะอ้วน ผอม หรือร่างกายสมส่วน ก็ไม่ได้การันตีถึงโอกาสการมีลูก

การออกกำลังกายและการรักษารูปร่างเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม การเล่นกีฬาที่หนักเกินไป รวมไปถึงการลดน้ำหนักที่มากจนเกินไป อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ส่งผลกระทบต่อช่วงเวลาของไข่ตกทำให้มีบุตรยากได้

7. ประจำเดือนมาสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่าจะตั้งครรภ์ได้เสมอไป

ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มักจะมีปัญหาในการตั้งครรภ์ เพราะไม่สามารถวางแผนประเมินหาช่วงเวลาของไข่ตกได้ แต่รู้หรือไม่ว่าแม้จะมีรอบเดือนมาปกติสม่ำเสมอก็สามารถมีภาวะมีบุตรยากได้เช่นกัน อันเนื่องจากปัจจัยอื่น ดังนั้นควรพบสูตินรีแพทย์หากคุณมีอายุมากกว่า 35 ปี หรืออายุต่ำกว่า 35 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์หลังลองมาแล้วมากกว่า 1 ปี เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://bit.ly/3VHGQif

มารู้จัก “อิโนซิทอล” สารบำรุงไข่สำหรับผู้หญิงมีบุตรยาก

มารู้จัก “อิโนซิทอล” สารบำรุงไข่สำหรับผู้หญิงมีบุตรยาก

Inositol หรือ อิโนซิทอล เป็นวิตามินบี 8 ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย โดยเป็นส่วนหนึ่งของผนังเซลล์ มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ทำให้เซลล์เสียหาย นอกจากนี้ หากรับประทานร่วมกับกรดโฟลิก จะสามารถช่วยผู้ที่มีปัญหาถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ได้อีกด้วย อาหารที่อุดมไปด้วย อินโนซิทอล ได้แก่ ตับ จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง ลูกเกด แคนตาลูป เกรปฟรุต กะหล่ำปลี เป็นต้น

การบำรุงไข่ให้มีคุณภาพและแข็งแรงจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงมากยิ่งขึ้น ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำว่า ควรทานกรดโฟลิกอย่างน้อย 2 เดือนก่อนการวางแผนการตั้งครรภ์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของตัวอ่อนให้สมบูรณ์ ซึ่งผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Endocrinology เมื่อปี 2016 นั้นได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การทานกรดโฟลิกและอินโนซิทอลควบคู่กันเป็นเวลา 2-3 เดือน ช่วยทำให้ไข่ตก ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง และมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์สูงขึ้น ช่วยให้ผนังมดลูกหนาขึ้น พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน อีกทั้งอิโนซิทอลก็ยังช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ลดความเสียหายของเซลล์ไข่ได้ ทำให้ไข่แข็งแรง มีคุณภาพ เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://bit.ly/3GEg2eE และ https://bit.ly/3CnH2MV

5 วิตามินบำรุงไข่ เพิ่มโอกาสการมีลูก

5 วิตามินบำรุงไข่ เพิ่มโอกาสการมีลูก

สำหรับสาวๆ ที่กำลังแพลนจะมีลูก การเริ่มต้นวางแผนที่ดี ที่ไม่ควรมองข้ามคือการบำรุงไข่ให้แข็งแรง เพราะไม่ว่าจะวางแผนตั้งท้องแบบธรรมชาติ หรือใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ก็ต้องอาศัยไข่ที่มีคุณภาพและแข็งแรง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น  วันนี้เรามี  วิตามิน 5 ชนิด ที่ช่วยบำรุงไข่ให้มีคุณภาพและแข็งแรงมาฝากกันค่ะ

1. Folic acid  กรดโฟลิค 🥦

เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ ช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ให้มีสุขภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันการแท้งบุตร ความพิการแต่กำเนิดเกี่ยวกับสมองและกระดูกสันหลังของทารก  พบได้มากในอาหารจำพวกถั่ว ตับ ส้ม ขนมปังธัญพืช พืชผักใบเขียว

2. Zinc สังกะสี 🦪

ช่วยกระตุ้นการผลิตไข่ที่มีคุณภาพ  โดยเฉพาะหากรับประทานในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนวันไข่ตก Zinc มีความสำคัญในกระบวนการสร้าง cell และ DNA synthesis มีส่วนสำคัญในช่วงที่ไข่เริ่มแบ่งตัว ช่วยป้องกันการแท้งบุตร พบได้มากในเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู หอย โดยเฉพาะหอยนางรม จะพบสังกะสีมากที่สุด กลุ่มพืชผักใบเขียว

3. Vitamin C วิตามิน C 🍊

วิตามินซี ช่วยในการปกป้องเซลล์ไข่จากอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ไข่ โดยเฉพาะหญิงที่มีปัญหามีบุตรยาก และช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จ ส่วนคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ช่วยทำให้ทั้งแม่และทารกในครรภ์มีภูมิต้านทานสูงขึ้นด้วย โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ พบมากในส้ม สับปะรด มะขาม สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง มะนาว และมะเขือเทศ

4. Iron ธาตุเหล็ก 🥩

ช่วยบำรุงเลือด ลดอัตราภาวะไข่ไม่ตก ป้องกันภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังช่วยในการสร้าง DNA และ RNA ที่ช่วยในการเติบโตของเซลล์ไข่ เพิ่มโอกาสตั้งท้องได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับมดลูก อีกทั้งยังช่วยผลิตไข่ที่มีคุณภาพด้วย  ธาตุเหล็กพบได้ในเนื้อสัตว์ ตับ เลือด และพืชตระกูลถั่ว

5. Omega-3 โอเมก้า 3 🐟

ช่วยเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ช่วยให้การตกไข่สมดุล ฮอร์โมนตัวนี้มีส่วนช่วยให้มดลูกมีความพร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อน การทานโอเมก้า 3 มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน น้ำมันตับปลา ผักโขม วอลนัท และผลิตภัณฑ์จากนม

หากบำรุงพร้อมแล้วก็เข้ามา ฝากไข่ แช่แข็งไข่ ที่แข็งแรงเอาไว้ก่อน เพื่อเก็บไว้ใช้ในกระบวนการทำ เด็กหลอดแก้ว ในอนาคตได้ ดูโปรโมชั่น คลิก

ทีมแพทย์จากคลินิก Superior A.R.T. พร้อมช่วยออกแบบวางแผนการมีบุตรยากให้กับทุกครอบครัว 

ทีมแพทย์จากคลินิก Superior A.R.T. พร้อมช่วยออกแบบวางแผนการมีบุตรยากให้กับทุกครอบครัว 

วันนี้เราจะพาแฟนเพจไปรู้จัก 2 คุณหมอสูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก ที่ Superior A.R.T. กันค่ะ

คุณหมอท่านที่ 1 คือ พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา 
คุณหมอท่านที่ 2 คือ พญ. ศศิกาญจน์ ตั้งทัศนา

คุณหมอทั้ง 2 ท่าน มีความรู้และประสบการณ์ด้านรักษาภาวะมีบุตรยากมาหลายสิบปี ประสบความสำเร็จในการช่วยให้หลายครอบครัวได้มีลูกน้อยที่น่ารักแข็งแรงสมบูรณ์ 


โดยคุณหมอทุกท่านที่ Superior A.R.T. จะให้ความใส่ใจ ดูแล คนไข้ทุกครอบครัวตลอดการรักษาอย่างใกล้ชิดไม่เฉพาะแค่เพียงทางกาย แต่ยังดูแลและให้ความสำคัญด้านจิตใจ ความรู้สึกของผู้เข้ามาใช้บริการทุกท่าน เพราะคนไข้แต่ละรายมีโครงสร้างทางร่างกายและปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณหมอทั้ง 2 ท่านจะใช้เทคนิคการรักษาแบบเฉพาะบุคคล จึงช่วยให้คู่สมรสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ลูกน้อยที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง 

วิธีการเลือกเพศลูกมีกี่ประเภท? ทำความรู้จักวิธีการเลือกเพศลูกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

วิธีการเลือกเพศลูกมีกี่ประเภท? ทำความรู้จักวิธีการเลือกเพศลูกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

ในปัจจุบัน การเลือกเพศลูก (sex selection) นั้นถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยเหตุผลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เหตุผลทางการแพทย์ เพื่อเลี่ยงและป้องกันการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมที่มีสาเหตุมาจากโครโมโซมเพศ (sex-linked diseases) หรือเหตุผลอื่นๆ เช่น ต้องการที่รักษาสมดุลจำนวนบุตรชาย-หญิงในครอบครัว หรือต้องการมีบุตรคนใหม่ที่เป็นเพศเดียวกับที่บุตรที่สูญเสียไป ตลอดจนค่านิยมทางวัฒนธรรมอื่นๆ การเลือกเพศลูก (sex selection) มีวิธีใดบ้าง มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ อย่างไร ? ในบทความนี้ ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ได้รวบรวมและสรุปข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลือกเพศลูก จะมีวิธีใดบ้าง มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันในบทความนี้กันเลยค่ะ

  1. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีธรรมชาติ (Natural Methods)
  2. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการคัดเลือกสเปิร์ม (Sperm Sorting Methods)
  3. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing)

1. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีธรรมชาติ (Natural Sex Selection Methods)

สำหรับวิธีแรก การเลือกเพศลูกด้วยวิธีทางธรรมชาตินั้น มีหลากหลายวิธีที่ได้รับความนิยม เช่น วิธี Shettles, วิธี Whelan, วิธีการสังเกตมูกปากมดลูก, วิธีการปรับโภชนาการก่อนการตั้งครรภ์, และตลอดจนอุปกรณ์ในการช่วยเลือกเพศลูกต่างๆ อย่างเช่น GenSelect และ Smart Stork

วิธีการดังกล่าว ใช้หลักการของช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับอสุจิ X หรือ Y, การปรับภาวะกรดด่างในช่องคลอด, การปรับโภชนาการ, ตลอดจนการรับประทานอาหารเสริมต่างๆ

  • วิธีการกำหนดเวลา เป็นการกำหนดเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาการตกไข่ วิธีนี้ฝ่ายหญิงจะต้องคอยติดตามรอบการตกไข่ของตัวเอง ได้รับคำแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในท่าที่อาจมีผลต่อเพศลูกอีกด้วย อย่างไรก็ดี จากผลการศึกษาและวิจัยในปัจจุบัน พบว่า ผลลัพธ์ของวิธีดังกล่าว ยังไม่ชัดเจน และมีแนวโน้มที่จะไม่เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ลูกตามเพศที่ต้องการ  
  • วิธีการปรับโภชนาการ วิธีนี้ คุณแม่และอาจรวมถึงคุณพ่อ จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และปรับโภชนาการในช่วงก่อนการตั้งครรภ์ โดยเลือกรับประทานอาหารที่จะส่งผลต่อการมีบุตรเพศใดเพศหนึ่งเป็นพิเศษ วิธีนี้มักจะใช้ร่วมกับการกำหนดเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ มีหลายงานวิจัยสรุปว่าการปรับเปลี่ยนโภชนาการของแม่ร่วมกับการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรเพศหญิงได้ แต่ก็มีหลายงานวิจัยที่สรุปผลว่าไม่ช่วย นอกจากนั้นก็ยังไม่มีข้อแนะนำอย่างเป็นทางการ ว่าอาหารและอาหารเสริมชนิดใดบ้างที่สามารถช่วยได้ชัดเจน
  • วิธีการทานอาหารเสริมบางชนิด เช่น GenSelect ใช้หลักโภชนเภสัช (nutriceuticals) ที่ออกแบบสูตรอาหารเสริมขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้ลูกตามเพศที่ต้องการ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ยังต้องทำร่วมกับแนวทางปฏิบัติในการรับประทานอาหาร, การเลือกจังหวะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ตลอดจนการปรับสภาวะในช่องคลอด

2. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการคัดเลือกเพศอสุจิ (Sperm Sorting Methods)

การคัดเลือกอสุจินั้น มีวิธีการต่างๆ ดังนี้ วิธี Gradient (วิธีของ Erickson) , วิธี MicroSort, และวิธีอื่นๆ

  • การคัดเลือกเพศอสุจิด้วยวิธี Gradient  วิธีนี้ ใช้หลักการ ที่อสุจิเพศหญิง (X) และเพศชาย (Y) มีมวลที่แตกต่างกัน เมื่อนำมาเตรียมด้วยน้ำยาเตรียมอสุจิที่มีความเข้มข้นต่างกัน อสุจิเพศหญิงและชาย จะถูกแยกออกจากกัน

    โดยวิธีของ Ericsson มีผลการศึกษาพบว่าความแม่นยำในการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์บุตรเพศหญิงประมาณ 70 ถึง 80% และ 50% ถึง 75% ในกรณีของบุตรเพศชาย
  • การคัดเลือกเพศอสุจิด้วยวิธีอื่นๆ ยังมีเทคนิคการคัดแยกอสุจิอีกหลายวิธี เช่น เทคนิค Swim-Up ซึ่งจะใช้วิธีคัดแยกอสุจิ X ออกจากอสุจิ Y จากความเร็วในการเคลื่อนตัวที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี วิธีการเหล่านี้ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน
  • การคัดเลือกเพศอสุจิด้วยวิธี MicroSort เป็นเทคนิคในการคัดแยกอสุจิ ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า Flow Cytometry ในกระบวนการนี้อสุจิจะถูกคัดแยกด้วยการย้อมสีเรืองแสง เนื่องจากอสุจิเพศหญิง (X) มีขนาดใหญ่กว่า (มีปริมาณ DNA มากกว่า) จึงสามารถดูดซับสีย้อมได้มากกว่าอสุจิเพศชาย (Y) นอกจากนี้ อสุจิ X เรืองแสงได้มากกว่า อสุจิ Y จึง ช่วยในการคัดแยกออกจากกันได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดีกระบวนการนี้ยังไม่สามารถคัดแยกตัวอสุจิหญิงและชาย ได้อย่างสมบูรณ์ 100% ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองใช้เทคโนโลยีนี้แล้ว และรายงานว่ามีอัตราความสำเร็จสูงถึง 90% แต่ในภายหลัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้สั่งห้ามไม่ให้มีการนำมาใช้กับมนุษย์ และห้องปฏิบัติการจึงถูกย้ายไปประเทศอื่น

แม้ว่าวิธีการเลือกเพศลูกตามธรรมชาตินั้น จะมีค่าใช้จ่ายน้อย และอาจเคยสร้างปาฏิหาริย์ให้กับคู่รักหลายครอบครัว  แต่ก็มีผลไม่แน่นอน และไม่สามารถบอกอัตราความสำเร็จเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้

3. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing, PGT) ร่วมด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)

วิธีการเลือกเพศลูกที่มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากที่สุดในบรรดาเทคนิคทั้งหมด คำตอบคือ ‘PGT (Preimplantation Genetic Testing)’ หรือ ‘การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัว’ โดยทำควบคู่ไปกับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF/ICSI นั่นเอง

วิธีการตรวจ PGT คือ เทคนิคในการตรวจโรคพันธุกรรม หรือโครโมโซมของตัวอ่อน ในครอบครัวที่มีประวัติโรคพันธุกรรม ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF/ICSI เมื่อไข่ปฏิสนธิกับอสุจิและได้รับการเพาะเลี้ยงจนเติบโตเป็นตัวอ่อนในระยะ ‘บลาสโตซิสต์’ แล้ว นักวิทยาศาสตร์จะตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT) โดยการนำเอาเซลล์บางส่วนจากตัวอ่อนไปตรวจด้วยวิธี Next Generation Sequencing (NGS)

เทคนิคการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT) จะช่วยให้สามารถตรวจวิเคราะห์ตัวอ่อนในระดับโครโมโซมได้อย่างแม่นยำ ซึ่งรวมไปถึงโครโมโซมเพศ ทำให้สามารถระบุเพศของตัวอ่อนได้ เป็นเทคนิคที่มีความน่าเชื่อถือและมีความแม่นยำสูง ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติและปราศจากโรคทางพันธุกรรม เพื่อนำไปฝังตัวในโพรงมดลูกต่อไป ด้วยเทคนิคนี้ จึงเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดการแท้ง และภาวะบกพร่องต่างๆ ของทารกในครรภ์ที่เกิดจากโครโมโซมผิดปกติ อย่างไรก็ตาม เทคนิคการทำ PGT ร่วมกับกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI จะมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่มากกว่า จึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ในแต่ละครอบครัว

สรุป

วิธีการเลือกเพศลูก (sex selection) ตามธรรมชาตินั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและประหยัดที่สุด แต่อาจเหมาะสำหรับคู่ที่เพียงแค่เพิ่มโอกาส ได้ลูกสาวหรือลูกชายตามที่หวังไว้ แต่หากคุณมีเหตุผลและความจำเป็นในการเลือกเพศของบุตร (เช่น เพื่อป้องกันการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับเพศ) วิธีที่มีอัตราความสำเร็จไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้อย่างวิธีธรรมชาติจึงไม่เหมาะสมกับคุณ และควรใช้วิธีที่แม่นยำมากที่สุด คือการตรวจคัดกรองโครโมโซมก่อนการฝังตัว PGT ร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ ICSI

นอกจากนี้ หากคุณได้พยายามมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติมานานมากกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จ เป็นสัญญาณที่สำคัญว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องมีบุตรยาก และควรมองหาวิธีการอื่น เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI ซึ่งเป็นหนึ่งในการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมว่าการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF/ICSI คืออะไร? มีขั้นตอนใดบ้างนั้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่


ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก และวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2550 ให้บริการช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproduction Technology – A.R.T.)  ครอบคลุมการรักษาภาวะมีบุตรยาก อาทิ เด็กหลอดแก้วIVFICSI, IUI, Egg Freezing, ฝากไข่เก็บไข่แช่แข็งไข่ และมีประสบการณ์ในการตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน, PGT, ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน, NGS, และบริการอื่นๆเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับ ลูกแฝด และการเลือกเพศลูก ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. เพียบพร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พยาบาล ที่ปรึกษาและบุคลากรที่ชำนาญการ พร้อมดูแลใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน รวมถึงให้ปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

ภาวะ PCOS หรือโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก


🥚 สำหรับสาวๆ ที่มีภาวะ PCOS หรือโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีภาวะมีบุตรยาก ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป มีทางแก้ไข เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ 💊

ปัญหาหลักของ PCOS คือ มีภาวะไข่ไม่ตก ดังนั้น ถ้าทำให้ไข่ตกได้ ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ไม่ยาก

1️⃣ Clomiphene เป็นยาแบบรับประทานที่ช่วยให้ไข่ตก ทานเป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นจะมีการนัดมาตรวจอัลตราซาวน์ติดตามขนาดไข่

2️⃣ Metformin ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งพบได้มากขึ้นในภาวะ PCOS ช่วยให้ตอบสนองต่อยา Clomiphene ดีขึ้น

3️⃣ Gonadotropins เป็นฮอร์โมนรูปแบบยาฉีด สามารถนำกลับไปฉีดเองที่บ้านได้ ใช้ในกรณีที่ได้รับยาแบบรับประทานแล้วไม่ได้ผล

หลังจากนั้นจะนัดตรวจอัลตราซาวน์ติดตามขนาดฟองไข่ หลังได้รับยา 1-2ครั้ง เมื่อไข่โตได้ขนาดดี จึงฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก และมีเพศสัมพันธ์ หรือฉีดเชื่ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) ตามเวลาไข่ตกต่อไป

ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่เป็น PCOS และกำลังวางแผนอยากมีลูก ควรเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อช่วยให้คำปรึกษาและรักษาในการมีบุตรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://bit.ly/3VfdTuJ

ท้องไม่ท้อง เช็คตอนไหนดี? ช่วงที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์

ท้องไม่ท้อง เช็คตอนไหนดี? ช่วงที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์

🤰🏻 ในปัจจุบันการตรวจการตั้งครรภ์สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง สามารถรู้ผลได้อย่างเร็วและแม่นยำ สามารถตรวจได้ทุกช่วงเวลาของวัน  แต่ควรตรวจตอนไหน ตรวจเมื่อไหร่ให้ได้ผลที่แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน วันนี้ Superior A.R.T. เอาทริคดีๆ มาฝากค่ะ


🤰🏻  วันที่ดีที่สุดในการทดสอบการตั้งครรภ์คือเมื่อใด? 🔍

หลักการทำงานของที่ตรวจครรภ์ คือ การตรวจหาฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นจากรกหลังเกิดการปฏิสนธิได้ 6-10 วัน และฮอร์โมนชนิดนี้จะสูงมากในช่วง 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ แต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้ร่างกายผลิตได้เพียงพอสำหรับผลลัพธ์ที่แม่นยำ ดังนั้นการตรวจที่เร็วเกินไปอาจได้ผลคลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะยังไม่มากพอ

หากชุดการตรวจการตั้งครรภ์มีผลเป็นลบ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ท้อง เพื่อผลที่แม่นยำ ให้ตรวจซ้ำอีก 2-3 วัน เพราะระดับ HCG ของผู้หญิงจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ 48 ชั่วโมง

หรือทำการทดลองตรวจสอบอีกครั้งเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่อาจเกิดขึ้นจากอาการตั้งครรภ์ในระยะแรก เช่น ความกดเจ็บของเต้านม และคลื่นไส้เล็กน้อย ฯลฯ

เวลาที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์ คือ คือหลังตื่นนอนตอนเช้า เพราะปัสสาวะไม่มีสารเจือปน มีความเข้มข้นระดับ HCG สูง ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ ไม่ควรใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่หมดอายุ เพื่อผลที่แม่นยำ

สิ่งสำคัญคือต้องพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเมื่อคุณพบว่าคุณกำลังตั้งครรภ์สำหรับการดูแลและขอคำปรึกษาที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.parents.com/pregnancy/signs/test/when-to-take-a-pregnancy-test/


หรือหากคุณกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจร่างกายและรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVFICSI, และ IUI เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

ตรวจสอบโปรโมชั่นล่าสุด คลิก

Next Generation Sequencing หรือ NGS


Next Generation Sequencing หรือ NGS


เป็นเทคนิคการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัวอ่อนกลับเข้ามดลูก คัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อนทั้ง 23 คู่ เพื่อเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดและใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีความแม่นยำสูง ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 72% นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะเสี่ยงของการแท้ง ลดโอกาสของการเกิดโรคทางพันธุกรรมที่มีความรุนแรง เช่น โรคดาวน์ซินโดรม เป็นต้น