สาว Gen Z แชร์ เรื่องราวการฝากไข่ Egg Freezing ตั้งแต่อายุ 25 ผ่าน#eggfreezingjourney

อะไรนะ! สาวๆ ต่างประเทศเริ่มฝากไข่ตั้งแต่อายุ 25 Global Trend สาวๆ Gen Z เริ่มฝากไข่กันแล้ว มีคนดูคลิปใน Tiktok ถึง 30 ล้านวิว

สาว Gen Z แชร๋เรื่องราวฝากไข่ตั้งแต่อายุ 25 ผ่าน #eggfreezingjourney

ผู้หญิงในช่วงวัยอายุ 20-30 จำนวนมาก เริ่มหันมาฝากแช่แข็งไข่มากขึ้น เนื่องจากมีความกังวลเรื่องภาวะมีบุตรยากในอนาคต พร้อมกับโพสต์รีวิวประสบการณ์การเก็บไข่ลงโซเชียลมีเดียผ่านช่องทาง TikTok โดยใช้แฮชแท็ก #eggfreezingjourney ซึ่งมียอดวิวมากกว่า 30 ล้านครั้ง 

องค์กร Human Fertilisation and Embryology Authority (HFEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่กำกับดูแลเกี่ยวกับตัวอ่อนและการเจริญพันธุ์ของอังกฤษ ออกมาเปิดเผยสถิติพบว่า ในปี 2564 มีการฝากไข่ เก็บไข่มากกว่า 4,200 ฟอง โดยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปี 2562 ที่มีการเก็บไข่เพียง 2,500 ฟอง และข้อมูลล่าสุดยังระบุว่ามีผู้หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 34 ปี จำนวน 1,363 คน เคยผ่านการแช่แข็งไข่อย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าปี 2019 ถึง 63%

เชื่อกันว่าผู้หญิงที่ใช้บริการแช่แข็งไข่ Social Egg Freezing มีจำนวนพุ่งสูงขึ้น เนื่องมาจากเหตุการณ์โควิด-19 เพราะการแพร่ระบาดทำให้การออกเดทของผู้หญิงโสดต้องหยุดชะงักลง ส่งผลให้หลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่าจะได้เจอคู่ครองที่เหมาะสมเพื่อสร้างครอบครัวเมื่อใด และเกิดความกังวลใจถึงการมีลูกในอนาคต 

นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวหลายๆ คนออกมาแชร์เหตุผลการเก็บไข่ ฝากไข่ แช่แข็งไข่ หรือ Egg Freezing อาทิเช่น ‘แช่แข็งไข่เพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองได้ทำตามเป้าหมายในชีวิตการทำงาน’ , ‘ไม่อยากรีบร้อนที่จะแต่งงานเพื่อมีลูก ประกอบกับทางครอบครัวเคยมีประวัติมีลูกยาก ประจำเดือนหมดเร็ว’ , ‘ตัดสินใจฝากไข่เพราะสุขภาพไม่แข็งแรง มียีนมะเร็งเต้านมทำให้ไม่อยากมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติ เพราะไม่อยากส่งต่อยีนนี้กับลูก’ เป็นต้น

ไม่ว่าการตัดสินใจแช่แข็งไข่ในหมู่สาวๆ ที่อายุยังน้อยจะเป็นเพราะเหตุผลอะไร แต่การแช่แข็งไข่ก็ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้สามารถวางแผนการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวให้มีคุณภาพและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ​: https://www.dailymail.co.uk/health/article-12345389/Why-Gen-Z-rushing-freeze-eggs-TikTok-craze-driven-fertility-fears-women-20s.html

6 Check List ที่ต้องตรวจร่างกาย ก่อนจะเตรียมตัวเป็นคุณพ่อ คุณแม่

เพราะสุขภาพที่ดีของพ่อแม่ ส่งต่อความแข็งแรงของลูก ดังนั้นการตรวจสุขภาพก่อนมีบุตรจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราลองมาดูกันค่ะว่า ควรจะตรวจสุขภาพในด้านใดบ้าง เพื่อช่วยให้ลูกน้อยของเราที่จะเกิดมามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์

1. การตรวจสุขภาพทั่วไป

การตรวจสุขภาพทั่วไปเพื่อดูความสมบูรณ์ของร่างกายคุณพ่อและคุณแม่ว่ามีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด โรคเลือดจางทางพันธุกรรม (ธาลัสซีเมีย) เป็นต้น  เพื่อวางแผนและป้องกัน รวมถึงแก้ไข ก่อนการมีบุตร

2. ตรวจประวัติการฉีดวัคซีนที่จำเป็น

การติดเชื้อบางอย่าง เช่น หัดเยอรมัน ในระหว่างการตั้งครรภ์ อาจทำให้ลูกในท้องเกิดความพิการรุนแรงได้ ดังนั้น การฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนหัดเยอรมัน จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้

3. ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน

หญิงตั้งครรภ์ อาจพบเหงือกอักเสบและฟันผุได้ง่ายกว่าคนปกติ จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เหงือกอักเสบ และฟันผุ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ ดังนั้นการตรวจฟันก่อนวางแผนการตั้งครรภ์ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรรักษาฟันก่อนการตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

4. ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางโรค อาจไม่แสดงอาการเด่นชัดในระยะแรก แต่ตรวจพบได้จากการตรวจเลือด เช่น ซิฟิลิส หนองใน HIV การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานหรือก่อนมีบุตรจะช่วยลดความเสี่ยงและอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อน รวมทั้งลดการส่งผ่านโรคจากแม่สู่ลูกน้อยได้ ซึ่งทารกในครรภ์ที่ได้รับโรคจากแม่นั้นอาจมีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด เด็กมีความพิการ ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย ติดเชื้อ รวมไปถึงการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ได้

5. ตรวจสุขภาพจิต

สุขภาพจิตมีความสำคัญพอๆ กับร่างกาย หากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มีปัญหาสุขภาพจิตบางอย่าง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น ภาวะซึมเศร้าทั้งก่อน และระหว่างตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนดของทารก  น้ำหนักแรกเกิดน้อย จากผลการวิจัยพบว่าผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าก่อนตั้งครรภ์มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้าในระหว่างและหลังการตั้งครรภ์ ดังนั้นสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อลดความเสี่ยงของตนเองและลูกน้อย

6. ตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมและโครโมโซม

ถึงแม้ว่าคู่รักที่วางแผนจะมีบุตรไม่ได้มีโรคหรือมีความผิดปกติ แต่ก็อาจเป็นพาหะของโรคใดโรคหนึ่งได้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองในระดับยีนก่อนการตั้งครรภ์ จะช่วยให้ทราบว่ามีโอกาสที่จะเป็นพาหะถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติไปยังลูกหรือไม่ ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจว่าคู่รักมีปัญหาความผิดปกติทางพันธุกรรมแฝงอยู๋หรือไม่ เพื่อป้องกันการส่งความผิดปกตินั้น ๆ ไปยังลูก และในกรณีที่ มีประวัติการแท้งบุตรหลายครั้ง การตรวจโครโมโซมพ่อและแม่ อาจให้คำตอบได้ อาจมีคุณคนใดคนหนึ่งที่มีโครงสร้าง โครโมโซมผิดปกติ และทำให้ลูกผิดปกติ จึงเกิดภาวะแท้งได้

ทั้งนี้ หากตรวจพบความผิดปกติ ก็สามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางการรักษา และวางแผนการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพต่อไป

Embryo Glue กาวติดตัวอ่อน ไอเท็มลับเพิ่มความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ที่พ่อๆ แม่ๆ ต้องรู้จัก


Embryo Glue  กาวติดตัวอ่อน ตัวช่วยเพิ่มความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF | ICSI)

Embryo Glue หรือ กาวติดตัวอ่อน เป็นน้ำยาที่ใช้ในการย้ายตัวอ่อน ออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว  


Embryo Glue มีส่วนประกอบหลัก ได้แก่

🔘 Hyaluronan : ช่วยในการยึดเกาะของตัวอ่อนกับเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งสารนี้พบมากในโพรงมดลูกช่วงเวลาที่มีการฝังตัวของตัวอ่อนตามธรรมชาติ

🔘 Albumin : ให้สารอาหารที่จำเป็น เพื่อการพัฒนาของตัวอ่อน

🔘 Heparin : เป็นสารต้านการแข็งตัวของเลือด และช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด เพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนให้มากขึ้น

🔘 วิตามินและกรดอะมิโน : ให้สารอาหารเพิ่มเติมแก่ตัวอ่อนในช่วงการฝังตัว


ประโยชน์ของการใช้ Embryo Glue

1.ช่วยให้ตัวอ่อนยึดจับกับผนังมดลูกได้ดีขึ้น เพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อน 

2. ช่วยให้ตัวอ่อนอยู่กับที่ ลดความเสี่ยงของการเคลื่อนตัวในระหว่างและหลังการย้ายตัวอ่อน

3. เพิ่มอัตราการฝังตัวของตัวอ่อน โดยผลการศึกษาพบว่า การใช้กาวติดตัวอ่อนมีส่วนช่วยทำให้อัตราการฝังตัวสูงขึ้น เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ในคนไข้ที่มีประวัติย้ายตัวอ่อนหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ

โดยสรุปแล้วกาวติดตัวอ่อนเป็นนวัตกรรมที่ถูกคิดค้นมาเพื่อเพิ่มอัตราการฝังตัวของตัวอ่อนในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว โดยเป็นการเลียนแบบสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของมดลูกนั่นเองค่ะ

5 เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ PCOS

5 เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ PCOS

5 เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับ PCOS

จากที่เราได้นำเสนอเกี่ยวกับ PCOS หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ ไปหลายตอนแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับ PCOS ตัวร้ายที่เป็นอุปสรรคกับการตั้งครรภ์ กับ 5 เรื่องจริงที่คุณอาจยังไม่รู้!

1. PCOS สัมพันธ์กับภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน และภาวะดื้ออินซูลิน

คนไข้ที่มี PCOS จะมีการดื้ออินซูลินมากกว่าคนปกติ  ส่งผลให้มีการผลิตฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น ทำให้ไข่ไม่ตกและประจำเดือนมาผิดปกติ

2. ลดน้ำหนักอย่างเดียว อาจไม่พอสำหรับ PCOS

ใครที่อ้วนอาจเชื่อว่า ถ้าลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวจะช่วยรักษาโรค PCOS ได้ ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด ผู้ที่เป็น PCOS ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมน เช่น การปรับโภชนาการ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง นอกเหนือจากแค่ลดน้ำหนัก

3. ภาวะ PCOS พบได้เยอะกว่าที่คิด

ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์เผชิญกับภาวะ PCOS มากถึง 5 ล้านคน และเกือบครึ่งหนึ่งไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ นอกจากนี้ตามสถิติพบว่า PCOS เป็นสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยากอีกด้วย 

4. แม้จะเป็น PCOS ก็สามารถตั้งครรภ์ได้

จริงอยู่ที่ PCOS เป็นสาเหตุหลักหนึ่งของภาวะมีบุตรยาก เพราะไข่ตกไม่สม่ำเสมอ แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีรักษาภาวะมีบุตรยากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การทำเด็กหลอดแก้ว IVF หรือ ICSI สามารถช่วยให้ผู้ที่มีภาวะ PCOS ตั้งครรภ์ได้ไม่ยาก หากคุณกำลังประสบปัญหานี้และอยากมีลูก ควรมาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก

5. ใครๆ ก็มีโอกาสเป็น PCOS ได้

คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า PCOS เกิดขึ้นเฉพาะแค่คนอ้วนเท่านั้น แต่ความเป็นจริง คือภาวะอ้วนอาจทำให้อาการ PCOS แย่ลง แต่ความจริงแล้ว PCOS สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะอ้วนหรือผอม ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ ช่วยลดปัญหาหรืออาการต่างๆ ของภาวะ PCOS ลงได้

ฮอร์โมน AMH คืออะไร? อะไรที่ทำให้ AMH ต่ำ?


ฮอร์โมน AMH คืออะไร?

ฮอร์โมน AMH (Anti-Mullerian Hormone) คือ ฮอร์โมนที่ถูกสร้างจากไข่ในรังไข่ของผู้หญิง บ่งบอกถึงความสามารถในการทำงานของรังไข่และจำนวนไข่ที่สามารถผลิตได้ในช่วงอายุนั้น ว่ามีจำนวนไข่เหลืออยู่มากน้อยเพียงใด ช่วยบอกถึงโอกาสสำเร็จของการทำเด็กหลอดแก้ว และช่วยในการวางแผนมีบุตรสำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการมีบุตร

อะไรที่ทำให้ AMH ต่ำ

ค่าของ AMH จะค่อยๆ ลดลง เมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุมากกว่า 35 ปี แต่บางครั้งแม้ว่าอายุจะยังไม่เยอะ แต่ค่า AMH ก็อาจจะต่ำกว่าเกณฑ์  เพราะมีการทำลายของไข่ในรังไข่เร็วกว่าคนทั่วไป หรือในกลุ่มที่มีการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด การฉายแสงรักษาโรคมะเร็ง

ระดับค่าฮอร์โมน AMH บอกอะไรบ้าง

✅ มากกว่า 4 ng/ml : เป็นภาวะฮอร์โมนสูง มักพบร่วมกับภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพไข่ได้

✅ 1.1 – 4 ng/ml เป็นค่าฮอร์โมนในช่วงปกติ

✅ 0.5 – 1.1 ng/ml ถือว่าฮอร์โมนค่อนข้างต่ำ มีจำนวนไข่เหลืออยู่ค่อนข้างน้อย เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก

✅ น้อยกว่า 0.5 ng/ml ถือว่าเป็นภาวะฮอร์โมนต่ำ บ่งบอกถึงจำนวนไข่เหลืออยู่จำนวนน้อยมาก มีภาวะมีบุตรยากสูง หากต้องการมีบุตรควรรีบปรึกษาแพทย์

ดังนั้นการตรวจ AMH เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการรักษาภาวะมีบุตรยากเพื่อจะได้ทราบว่า วิธีใดเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดนั่นเอง

พาชมบ้านหลังแรกของตัวอ่อน ด้วยตู้เลี้ยงตัวอ่อน Geri®

แม่ๆ หายห่วง พวกหนูๆ นอนอย่างแฮปปี้ ด้วยตู้เลี้ยงตัวอ่อนระบบพิเศษ Geri®  👼💤

วันนี้พี่ดวง นักวิทย์ประจำห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อน Superior A.R.T. จะพาไปรู้จักกับบ้านหลังแรกของหนูๆ คือตู้เลี้ยงตัวอ่อน Geri® ว่าทำไมถึงมีความสำคัญที่ช่วยให้ได้ตัวอ่อนคุณภาพดี พร้อมกับพาไปดูการเดินทางของตัวอ่อนในตู้เลี้ยง ก่อนที่จะนำไปฝังตัวในท้องแม่ๆ กันค่ะ 💙

Exclusive! พาไปดูขั้นตอนหลังจากการเก็บไข่ เก็บแล้วเอาไปไหนนะ! 

Exclusive พาไปดูขั้นตอนหลังจากการเก็บไข่ เก็บแล้วเอาไปไหนนะ!  

เปิดห้องแล็บ Superior A.R.T. พาทัวร์ ดูการเดินทางของไข่ 🥚 จากรังไข่แล้วจะไปที่ไหนกัน ซึ่งการเก็บไข่ ก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการแช่แข็งไข่ หรือการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI ในห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนที่นี่นั่นเอง

ด้วยมาตรฐานบริการที่ดีเยี่ยม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และบุคลากรที่เต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ขั้นตอนจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เราไปชมกันเลยค่ะ 💙

25 กรกฎาคม 2023 วัน World Embryologist Day 🎉

25 กรกฎาคม 2023 วัน World Embryologist Day 🎉

วันที่ 25 กรกฎาคม ของทุกปี ถือเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองของ นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ทั่วโลก ซึ่งวันนี้เมื่อ 44 ปีที่แล้ว ถือเป็นวันที่เด็กหลอดแก้วคนแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้น จากผลงานของ เซอร์โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ แพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จครั้งนี้ และได้รับรางวัลโนเบลในปี 2010

.

เพื่อเป็นเกียรติแก่ นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ จึงได้กำหนดให้วันที่ 25 กรกฎาคมของทุกปีเป็น World Embryologist Day นั่นเองค่ะ

ฮอร์โมน AMH สำคัญอย่างไร

ฮอร์โมน AMH สำคัญอย่างไร

ฮอร์โมน AMH เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากไข่ฟองเล็กๆ ในรังไข่ บ่งบอกจำนวนไข่ในช่วงอายุขณะนั้นๆ เป็นตัวชี้วัดโอกาสในการตั้งครรภ์

สำหรับผู้มีบุตรยาก ค่า AMH ช่วยบอกว่ารังไข่จะมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ เพื่อทำกระบวนการเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI ดีมากน้อยแค่ไหน ต้องใช้ยามากน้อยเพียงใด เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงที่อายุยังน้อย ค่าฮอร์โมน AMH จะยังสูงอยู่ และจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้นและต่ำมากเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

แต่ในบางกรณี แม้จะยังอายุน้อย ก็อาจะมีค่า AMH ต่ำกว่าผู้หญิงที่อายุใกล้เคียงกันได้ ซึ่งอาจเกิดได้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว มีการใช้ยาบางอย่างที่ทำให้มีจำนวนไข่ลดลง


รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ ก็อย่าพึ่งวางใจ ควรมาปรึกษาแพทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนนะคะ

แอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) วิตามินตัวท็อป บำรุงไข่และรังไข่ 🥚

แอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) วิตามินตัวท็อป บำรุงไข่และรังไข่ 🥚

แอสต้าแซนธิน เป็นสารสีส้มแดง กลุ่ม carotenoid  เป็นสารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากอาหารตามธรรมชาติเท่านั้น โดยสามารถพบได้ในสาหร่ายสีแดง ปลาแซลมอน กุ้ง ปู และล็อบสเตอร์

แอสต้าแซนธิน มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก ทำให้ช่วยบำรุงรังไข่ได้ดี จากการวิจัยพบว่าคนที่มีภาวะ PCOS ได้ลองทานแอสต้าแซนธิน ในปริมาณ 4-12 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่อง 60 วัน ก่อนเข้ารับการกระตุ้นไข่ พบว่าสามารถเก็บไข่ที่มีคุณภาพดี เมื่อมีไข่คุณภาพดี ก็จะได้ตัวอ่อนที่แข็งแรง

สำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังแพลนมีลูก หรือกำลังพยายามมีลูกอยู่นั้น ลองทานแอสต้าแซนธินปริมาณ 4-12 มิลลิกรัม หรือตามที่แพทย์สั่ง ก็จะช่วยให้มีไข่ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะการเริ่มต้นวางแผนที่ดีนั้นไม่ควรมองข้ามการบำรุงไข่ ไม่ว่าจะวางแผนตั้งท้องแบบธรรมชาติหรือใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ซึ่งไข่ที่มีคุณภาพดีจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้นค่ะ