มุมมองของผู้หญิงทำงานแบบคุณอาย กมลเนตร ที่ให้ความสำคัญกับการเก็บไข่

เพราะไข่ของผู้หญิงมีจำนวนจำกัด เลือกฝากไข่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ได้ไข่คุณภาพดีและสามารถมีลูกได้ในวันที่พร้อม

ลองมาดูกันว่าในมุมมองของผู้หญิงทำงานแบบคุณอาย กมลเนตร ทำไมถึงให้ความสำคัญกับการเก็บไข่

โปรโมชั่นแพ็กเกจฝากไข่ราคาพิเศษ คลิก

7 เรื่องสำคัญ ที่คุณยังไม่รู้ หรือเข้าใจผิด เกี่ยวกับโอกาสการตั้งครรภ์ 🤰

7 เรื่องน่ารู้ ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ 🤰

1.ความเครียดส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์

รู้ไหมว่าเรื่องเครียดที่เราเจอในแต่ละวันนั้น อาจส่งผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์ได้ เพราะสมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อการตกของไข่และการแข็งตัวขององคชาตได้

2. ผู้หญิงที่วางแผนมีลูกควรรับประทานกรดโฟลิกก่อนตั้งครรภ์

ผู้หญิงส่วนใหญ่คิดว่าควรเริ่มกินวิตามินหลังจากตั้งครรภ์แล้วเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ควรรับประทานวิตามิน เช่น กรดโฟลิกซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ 2 เดือนก่อนที่วางแผนจะมีลูก เพราะจะช่วยลดภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ ช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ให้มีคุณภาพดี ทำให้ไข่แข็งแรง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์มากขึ้น

3. ท่วงท่าของการมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์

มักจะมีความเชื่อกันว่าท่วงท่าของการมีเพศสัมพันธ์จะช่วยให้สอดใส่ได้ลึกขึ้น ช่วยให้ท้องง่ายนั้นไม่จริงเสมอไป เพราะเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิในตำแหน่งที่เหมาะสม สเปิร์มก็สามารถเคลื่อนตัวไปที่รังไข่ได้ตามปกติอยู่แล้ว

4. ยืนขึ้นทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิสนธิ

การยืนขึ้นหลังมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติจะไม่ส่งผลต่อความสามารถของสเปิร์มในการปฏิสนธิกับไข่ ยกเว้นแต่ในกระบวนการผสมเทียม ผู้ป่วยควรนอนราบประมาณ 30 นาที –  1 ชม. หลังจากขั้นตอนการผสมเทียม

5. มีเพศสัมพันธ์หลายครั้งในหนึ่งวันไม่ได้เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

การมีเพศสัมพันธ์ทุกวันในช่วงที่ไข่ตกจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ เพราะสเปิร์มสามารถอยู่รอไข่ในมดลูกได้ประมาณ 42 ถึง 72 ชั่วโมงหลังการหลั่ง ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน หรือสองวันก่อนไข่ตกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

6. ไม่ว่าจะอ้วน ผอม หรือร่างกายสมส่วน ก็ไม่ได้การันตีถึงโอกาสการมีลูก

การออกกำลังกายและการรักษารูปร่างเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม การเล่นกีฬาที่หนักเกินไป รวมไปถึงการลดน้ำหนักที่มากจนเกินไป อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ส่งผลกระทบต่อช่วงเวลาของไข่ตกทำให้มีบุตรยากได้

7. ประจำเดือนมาสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่าจะตั้งครรภ์ได้เสมอไป

ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มักจะมีปัญหาในการตั้งครรภ์ เพราะไม่สามารถวางแผนประเมินหาช่วงเวลาของไข่ตกได้ แต่รู้หรือไม่ว่าแม้จะมีรอบเดือนมาปกติสม่ำเสมอก็สามารถมีภาวะมีบุตรยากได้เช่นกัน อันเนื่องจากปัจจัยอื่น ดังนั้นควรพบสูตินรีแพทย์หากคุณมีอายุมากกว่า 35 ปี หรืออายุต่ำกว่า 35 ปี แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์หลังลองมาแล้วมากกว่า 1 ปี เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://bit.ly/3VHGQif

มารู้จัก “อิโนซิทอล” สารบำรุงไข่สำหรับผู้หญิงมีบุตรยาก

มารู้จัก “อิโนซิทอล” สารบำรุงไข่สำหรับผู้หญิงมีบุตรยาก

Inositol หรือ อิโนซิทอล เป็นวิตามินบี 8 ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย โดยเป็นส่วนหนึ่งของผนังเซลล์ มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ทำให้เซลล์เสียหาย นอกจากนี้ หากรับประทานร่วมกับกรดโฟลิก จะสามารถช่วยผู้ที่มีปัญหาถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ได้อีกด้วย อาหารที่อุดมไปด้วย อินโนซิทอล ได้แก่ ตับ จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง ลูกเกด แคนตาลูป เกรปฟรุต กะหล่ำปลี เป็นต้น

การบำรุงไข่ให้มีคุณภาพและแข็งแรงจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงมากยิ่งขึ้น ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำว่า ควรทานกรดโฟลิกอย่างน้อย 2 เดือนก่อนการวางแผนการตั้งครรภ์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของตัวอ่อนให้สมบูรณ์ ซึ่งผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Endocrinology เมื่อปี 2016 นั้นได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การทานกรดโฟลิกและอินโนซิทอลควบคู่กันเป็นเวลา 2-3 เดือน ช่วยทำให้ไข่ตก ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนลดลง และมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์สูงขึ้น ช่วยให้ผนังมดลูกหนาขึ้น พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน อีกทั้งอิโนซิทอลก็ยังช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ลดความเสียหายของเซลล์ไข่ได้ ทำให้ไข่แข็งแรง มีคุณภาพ เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://bit.ly/3GEg2eE และ https://bit.ly/3CnH2MV

5 วิตามินบำรุงไข่ เพิ่มโอกาสการมีลูก

5 วิตามินบำรุงไข่ เพิ่มโอกาสการมีลูก

สำหรับสาวๆ ที่กำลังแพลนจะมีลูก การเริ่มต้นวางแผนที่ดี ที่ไม่ควรมองข้ามคือการบำรุงไข่ให้แข็งแรง เพราะไม่ว่าจะวางแผนตั้งท้องแบบธรรมชาติ หรือใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ก็ต้องอาศัยไข่ที่มีคุณภาพและแข็งแรง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น  วันนี้เรามี  วิตามิน 5 ชนิด ที่ช่วยบำรุงไข่ให้มีคุณภาพและแข็งแรงมาฝากกันค่ะ

1. Folic acid  กรดโฟลิค 🥦

เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ ช่วยเสริมสร้างกระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ให้มีสุขภาพดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันการแท้งบุตร ความพิการแต่กำเนิดเกี่ยวกับสมองและกระดูกสันหลังของทารก  พบได้มากในอาหารจำพวกถั่ว ตับ ส้ม ขนมปังธัญพืช พืชผักใบเขียว

2. Zinc สังกะสี 🦪

ช่วยกระตุ้นการผลิตไข่ที่มีคุณภาพ  โดยเฉพาะหากรับประทานในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนวันไข่ตก Zinc มีความสำคัญในกระบวนการสร้าง cell และ DNA synthesis มีส่วนสำคัญในช่วงที่ไข่เริ่มแบ่งตัว ช่วยป้องกันการแท้งบุตร พบได้มากในเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู หอย โดยเฉพาะหอยนางรม จะพบสังกะสีมากที่สุด กลุ่มพืชผักใบเขียว

3. Vitamin C วิตามิน C 🍊

วิตามินซี ช่วยในการปกป้องเซลล์ไข่จากอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ไข่ โดยเฉพาะหญิงที่มีปัญหามีบุตรยาก และช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จ ส่วนคนที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ช่วยทำให้ทั้งแม่และทารกในครรภ์มีภูมิต้านทานสูงขึ้นด้วย โดยมากวิตามินซีจะอยู่ในกลุ่มของอาหารประเภทผักและผลไม้ชนิดต่างๆ พบมากในส้ม สับปะรด มะขาม สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง มะนาว และมะเขือเทศ

4. Iron ธาตุเหล็ก 🥩

ช่วยบำรุงเลือด ลดอัตราภาวะไข่ไม่ตก ป้องกันภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ธาตุเหล็กยังช่วยในการสร้าง DNA และ RNA ที่ช่วยในการเติบโตของเซลล์ไข่ เพิ่มโอกาสตั้งท้องได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับมดลูก อีกทั้งยังช่วยผลิตไข่ที่มีคุณภาพด้วย  ธาตุเหล็กพบได้ในเนื้อสัตว์ ตับ เลือด และพืชตระกูลถั่ว

5. Omega-3 โอเมก้า 3 🐟

ช่วยเพิ่มฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ช่วยให้การตกไข่สมดุล ฮอร์โมนตัวนี้มีส่วนช่วยให้มดลูกมีความพร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อน การทานโอเมก้า 3 มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน น้ำมันตับปลา ผักโขม วอลนัท และผลิตภัณฑ์จากนม

หากบำรุงพร้อมแล้วก็เข้ามา ฝากไข่ แช่แข็งไข่ ที่แข็งแรงเอาไว้ก่อน เพื่อเก็บไว้ใช้ในกระบวนการทำ เด็กหลอดแก้ว ในอนาคตได้ ดูโปรโมชั่น คลิก

ทีมแพทย์จากคลินิก Superior A.R.T. พร้อมช่วยออกแบบวางแผนการมีบุตรยากให้กับทุกครอบครัว 

ทีมแพทย์จากคลินิก Superior A.R.T. พร้อมช่วยออกแบบวางแผนการมีบุตรยากให้กับทุกครอบครัว 

วันนี้เราจะพาแฟนเพจไปรู้จัก 2 คุณหมอสูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก ที่ Superior A.R.T. กันค่ะ

คุณหมอท่านที่ 1 คือ พญ. นิศารัตน์ สุนทราภา 
คุณหมอท่านที่ 2 คือ พญ. ศศิกาญจน์ ตั้งทัศนา

คุณหมอทั้ง 2 ท่าน มีความรู้และประสบการณ์ด้านรักษาภาวะมีบุตรยากมาหลายสิบปี ประสบความสำเร็จในการช่วยให้หลายครอบครัวได้มีลูกน้อยที่น่ารักแข็งแรงสมบูรณ์ 


โดยคุณหมอทุกท่านที่ Superior A.R.T. จะให้ความใส่ใจ ดูแล คนไข้ทุกครอบครัวตลอดการรักษาอย่างใกล้ชิดไม่เฉพาะแค่เพียงทางกาย แต่ยังดูแลและให้ความสำคัญด้านจิตใจ ความรู้สึกของผู้เข้ามาใช้บริการทุกท่าน เพราะคนไข้แต่ละรายมีโครงสร้างทางร่างกายและปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณหมอทั้ง 2 ท่านจะใช้เทคนิคการรักษาแบบเฉพาะบุคคล จึงช่วยให้คู่สมรสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ลูกน้อยที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง 

วิธีการเลือกเพศลูกมีกี่ประเภท? ทำความรู้จักวิธีการเลือกเพศลูกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

วิธีการเลือกเพศลูกมีกี่ประเภท? ทำความรู้จักวิธีการเลือกเพศลูกที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

ในปัจจุบัน การเลือกเพศลูก (sex selection) นั้นถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยเหตุผลหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เหตุผลทางการแพทย์ เพื่อเลี่ยงและป้องกันการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมที่มีสาเหตุมาจากโครโมโซมเพศ (sex-linked diseases) หรือเหตุผลอื่นๆ เช่น ต้องการที่รักษาสมดุลจำนวนบุตรชาย-หญิงในครอบครัว หรือต้องการมีบุตรคนใหม่ที่เป็นเพศเดียวกับที่บุตรที่สูญเสียไป ตลอดจนค่านิยมทางวัฒนธรรมอื่นๆ การเลือกเพศลูก (sex selection) มีวิธีใดบ้าง มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ อย่างไร ? ในบทความนี้ ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ได้รวบรวมและสรุปข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลือกเพศลูก จะมีวิธีใดบ้าง มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันในบทความนี้กันเลยค่ะ

  1. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีธรรมชาติ (Natural Methods)
  2. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการคัดเลือกสเปิร์ม (Sperm Sorting Methods)
  3. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing)

1. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีธรรมชาติ (Natural Sex Selection Methods)

สำหรับวิธีแรก การเลือกเพศลูกด้วยวิธีทางธรรมชาตินั้น มีหลากหลายวิธีที่ได้รับความนิยม เช่น วิธี Shettles, วิธี Whelan, วิธีการสังเกตมูกปากมดลูก, วิธีการปรับโภชนาการก่อนการตั้งครรภ์, และตลอดจนอุปกรณ์ในการช่วยเลือกเพศลูกต่างๆ อย่างเช่น GenSelect และ Smart Stork

วิธีการดังกล่าว ใช้หลักการของช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับอสุจิ X หรือ Y, การปรับภาวะกรดด่างในช่องคลอด, การปรับโภชนาการ, ตลอดจนการรับประทานอาหารเสริมต่างๆ

  • วิธีการกำหนดเวลา เป็นการกำหนดเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาการตกไข่ วิธีนี้ฝ่ายหญิงจะต้องคอยติดตามรอบการตกไข่ของตัวเอง ได้รับคำแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์ในท่าที่อาจมีผลต่อเพศลูกอีกด้วย อย่างไรก็ดี จากผลการศึกษาและวิจัยในปัจจุบัน พบว่า ผลลัพธ์ของวิธีดังกล่าว ยังไม่ชัดเจน และมีแนวโน้มที่จะไม่เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้ลูกตามเพศที่ต้องการ  
  • วิธีการปรับโภชนาการ วิธีนี้ คุณแม่และอาจรวมถึงคุณพ่อ จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และปรับโภชนาการในช่วงก่อนการตั้งครรภ์ โดยเลือกรับประทานอาหารที่จะส่งผลต่อการมีบุตรเพศใดเพศหนึ่งเป็นพิเศษ วิธีนี้มักจะใช้ร่วมกับการกำหนดเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ มีหลายงานวิจัยสรุปว่าการปรับเปลี่ยนโภชนาการของแม่ร่วมกับการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรเพศหญิงได้ แต่ก็มีหลายงานวิจัยที่สรุปผลว่าไม่ช่วย นอกจากนั้นก็ยังไม่มีข้อแนะนำอย่างเป็นทางการ ว่าอาหารและอาหารเสริมชนิดใดบ้างที่สามารถช่วยได้ชัดเจน
  • วิธีการทานอาหารเสริมบางชนิด เช่น GenSelect ใช้หลักโภชนเภสัช (nutriceuticals) ที่ออกแบบสูตรอาหารเสริมขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้ได้ลูกตามเพศที่ต้องการ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ยังต้องทำร่วมกับแนวทางปฏิบัติในการรับประทานอาหาร, การเลือกจังหวะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ตลอดจนการปรับสภาวะในช่องคลอด

2. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการคัดเลือกเพศอสุจิ (Sperm Sorting Methods)

การคัดเลือกอสุจินั้น มีวิธีการต่างๆ ดังนี้ วิธี Gradient (วิธีของ Erickson) , วิธี MicroSort, และวิธีอื่นๆ

  • การคัดเลือกเพศอสุจิด้วยวิธี Gradient  วิธีนี้ ใช้หลักการ ที่อสุจิเพศหญิง (X) และเพศชาย (Y) มีมวลที่แตกต่างกัน เมื่อนำมาเตรียมด้วยน้ำยาเตรียมอสุจิที่มีความเข้มข้นต่างกัน อสุจิเพศหญิงและชาย จะถูกแยกออกจากกัน

    โดยวิธีของ Ericsson มีผลการศึกษาพบว่าความแม่นยำในการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์บุตรเพศหญิงประมาณ 70 ถึง 80% และ 50% ถึง 75% ในกรณีของบุตรเพศชาย
  • การคัดเลือกเพศอสุจิด้วยวิธีอื่นๆ ยังมีเทคนิคการคัดแยกอสุจิอีกหลายวิธี เช่น เทคนิค Swim-Up ซึ่งจะใช้วิธีคัดแยกอสุจิ X ออกจากอสุจิ Y จากความเร็วในการเคลื่อนตัวที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ดี วิธีการเหล่านี้ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน
  • การคัดเลือกเพศอสุจิด้วยวิธี MicroSort เป็นเทคนิคในการคัดแยกอสุจิ ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า Flow Cytometry ในกระบวนการนี้อสุจิจะถูกคัดแยกด้วยการย้อมสีเรืองแสง เนื่องจากอสุจิเพศหญิง (X) มีขนาดใหญ่กว่า (มีปริมาณ DNA มากกว่า) จึงสามารถดูดซับสีย้อมได้มากกว่าอสุจิเพศชาย (Y) นอกจากนี้ อสุจิ X เรืองแสงได้มากกว่า อสุจิ Y จึง ช่วยในการคัดแยกออกจากกันได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดีกระบวนการนี้ยังไม่สามารถคัดแยกตัวอสุจิหญิงและชาย ได้อย่างสมบูรณ์ 100% ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองใช้เทคโนโลยีนี้แล้ว และรายงานว่ามีอัตราความสำเร็จสูงถึง 90% แต่ในภายหลัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้สั่งห้ามไม่ให้มีการนำมาใช้กับมนุษย์ และห้องปฏิบัติการจึงถูกย้ายไปประเทศอื่น

แม้ว่าวิธีการเลือกเพศลูกตามธรรมชาตินั้น จะมีค่าใช้จ่ายน้อย และอาจเคยสร้างปาฏิหาริย์ให้กับคู่รักหลายครอบครัว  แต่ก็มีผลไม่แน่นอน และไม่สามารถบอกอัตราความสำเร็จเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้

3. การเลือกเพศลูกด้วยวิธีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัว (Preimplantation Genetic Testing, PGT) ร่วมด้วยวิธีการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI)

วิธีการเลือกเพศลูกที่มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากที่สุดในบรรดาเทคนิคทั้งหมด คำตอบคือ ‘PGT (Preimplantation Genetic Testing)’ หรือ ‘การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมก่อนการฝังตัว’ โดยทำควบคู่ไปกับการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF/ICSI นั่นเอง

วิธีการตรวจ PGT คือ เทคนิคในการตรวจโรคพันธุกรรม หรือโครโมโซมของตัวอ่อน ในครอบครัวที่มีประวัติโรคพันธุกรรม ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF/ICSI เมื่อไข่ปฏิสนธิกับอสุจิและได้รับการเพาะเลี้ยงจนเติบโตเป็นตัวอ่อนในระยะ ‘บลาสโตซิสต์’ แล้ว นักวิทยาศาสตร์จะตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT) โดยการนำเอาเซลล์บางส่วนจากตัวอ่อนไปตรวจด้วยวิธี Next Generation Sequencing (NGS)

เทคนิคการตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (PGT) จะช่วยให้สามารถตรวจวิเคราะห์ตัวอ่อนในระดับโครโมโซมได้อย่างแม่นยำ ซึ่งรวมไปถึงโครโมโซมเพศ ทำให้สามารถระบุเพศของตัวอ่อนได้ เป็นเทคนิคที่มีความน่าเชื่อถือและมีความแม่นยำสูง ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติและปราศจากโรคทางพันธุกรรม เพื่อนำไปฝังตัวในโพรงมดลูกต่อไป ด้วยเทคนิคนี้ จึงเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงในการเกิดการแท้ง และภาวะบกพร่องต่างๆ ของทารกในครรภ์ที่เกิดจากโครโมโซมผิดปกติ อย่างไรก็ตาม เทคนิคการทำ PGT ร่วมกับกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI จะมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่มากกว่า จึงควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ในแต่ละครอบครัว

สรุป

วิธีการเลือกเพศลูก (sex selection) ตามธรรมชาตินั้นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและประหยัดที่สุด แต่อาจเหมาะสำหรับคู่ที่เพียงแค่เพิ่มโอกาส ได้ลูกสาวหรือลูกชายตามที่หวังไว้ แต่หากคุณมีเหตุผลและความจำเป็นในการเลือกเพศของบุตร (เช่น เพื่อป้องกันการส่งต่อโรคทางพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับเพศ) วิธีที่มีอัตราความสำเร็จไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้อย่างวิธีธรรมชาติจึงไม่เหมาะสมกับคุณ และควรใช้วิธีที่แม่นยำมากที่สุด คือการตรวจคัดกรองโครโมโซมก่อนการฝังตัว PGT ร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ ICSI

นอกจากนี้ หากคุณได้พยายามมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติมานานมากกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จ เป็นสัญญาณที่สำคัญว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องมีบุตรยาก และควรมองหาวิธีการอื่น เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVF/ICSI ซึ่งเป็นหนึ่งในการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมว่าการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF/ICSI คืออะไร? มีขั้นตอนใดบ้างนั้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่


ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก และวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2550 ให้บริการช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproduction Technology – A.R.T.)  ครอบคลุมการรักษาภาวะมีบุตรยาก อาทิ เด็กหลอดแก้วIVFICSI, IUI, Egg Freezing, ฝากไข่เก็บไข่แช่แข็งไข่ และมีประสบการณ์ในการตรวจคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อน, PGT, ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน, NGS, และบริการอื่นๆเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับ ลูกแฝด และการเลือกเพศลูก ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. เพียบพร้อมด้วยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พยาบาล ที่ปรึกษาและบุคลากรที่ชำนาญการ พร้อมดูแลใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน รวมถึงให้ปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

ภาวะ PCOS หรือโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก


🥚 สำหรับสาวๆ ที่มีภาวะ PCOS หรือโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ ที่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีภาวะมีบุตรยาก ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป มีทางแก้ไข เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ 💊

ปัญหาหลักของ PCOS คือ มีภาวะไข่ไม่ตก ดังนั้น ถ้าทำให้ไข่ตกได้ ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ไม่ยาก

1️⃣ Clomiphene เป็นยาแบบรับประทานที่ช่วยให้ไข่ตก ทานเป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นจะมีการนัดมาตรวจอัลตราซาวน์ติดตามขนาดไข่

2️⃣ Metformin ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งพบได้มากขึ้นในภาวะ PCOS ช่วยให้ตอบสนองต่อยา Clomiphene ดีขึ้น

3️⃣ Gonadotropins เป็นฮอร์โมนรูปแบบยาฉีด สามารถนำกลับไปฉีดเองที่บ้านได้ ใช้ในกรณีที่ได้รับยาแบบรับประทานแล้วไม่ได้ผล

หลังจากนั้นจะนัดตรวจอัลตราซาวน์ติดตามขนาดฟองไข่ หลังได้รับยา 1-2ครั้ง เมื่อไข่โตได้ขนาดดี จึงฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก และมีเพศสัมพันธ์ หรือฉีดเชื่ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI) ตามเวลาไข่ตกต่อไป

ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่เป็น PCOS และกำลังวางแผนอยากมีลูก ควรเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อช่วยให้คำปรึกษาและรักษาในการมีบุตรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://bit.ly/3VfdTuJ

ท้องไม่ท้อง เช็คตอนไหนดี? ช่วงที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์

ท้องไม่ท้อง เช็คตอนไหนดี? ช่วงที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์

🤰🏻 ในปัจจุบันการตรวจการตั้งครรภ์สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง สามารถรู้ผลได้อย่างเร็วและแม่นยำ สามารถตรวจได้ทุกช่วงเวลาของวัน  แต่ควรตรวจตอนไหน ตรวจเมื่อไหร่ให้ได้ผลที่แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน วันนี้ Superior A.R.T. เอาทริคดีๆ มาฝากค่ะ


🤰🏻  วันที่ดีที่สุดในการทดสอบการตั้งครรภ์คือเมื่อใด? 🔍

หลักการทำงานของที่ตรวจครรภ์ คือ การตรวจหาฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะ (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นจากรกหลังเกิดการปฏิสนธิได้ 6-10 วัน และฮอร์โมนชนิดนี้จะสูงมากในช่วง 8-12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ แต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อให้ร่างกายผลิตได้เพียงพอสำหรับผลลัพธ์ที่แม่นยำ ดังนั้นการตรวจที่เร็วเกินไปอาจได้ผลคลาดเคลื่อน เนื่องจากปริมาณฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะยังไม่มากพอ

หากชุดการตรวจการตั้งครรภ์มีผลเป็นลบ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ท้อง เพื่อผลที่แม่นยำ ให้ตรวจซ้ำอีก 2-3 วัน เพราะระดับ HCG ของผู้หญิงจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกๆ 48 ชั่วโมง

หรือทำการทดลองตรวจสอบอีกครั้งเมื่อพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่อาจเกิดขึ้นจากอาการตั้งครรภ์ในระยะแรก เช่น ความกดเจ็บของเต้านม และคลื่นไส้เล็กน้อย ฯลฯ

เวลาที่ดีที่สุดในการตรวจการตั้งครรภ์ คือ คือหลังตื่นนอนตอนเช้า เพราะปัสสาวะไม่มีสารเจือปน มีความเข้มข้นระดับ HCG สูง ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ ไม่ควรใช้ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่หมดอายุ เพื่อผลที่แม่นยำ

สิ่งสำคัญคือต้องพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเมื่อคุณพบว่าคุณกำลังตั้งครรภ์สำหรับการดูแลและขอคำปรึกษาที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดี

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.parents.com/pregnancy/signs/test/when-to-take-a-pregnancy-test/


หรือหากคุณกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะมีบุตรยาก สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจร่างกายและรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว IVFICSI, และ IUI เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

ตรวจสอบโปรโมชั่นล่าสุด คลิก

Next Generation Sequencing หรือ NGS


Next Generation Sequencing หรือ NGS


เป็นเทคนิคการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนการฝังตัวอ่อนกลับเข้ามดลูก คัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อนทั้ง 23 คู่ เพื่อเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดและใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีความแม่นยำสูง ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้สูงถึง 72% นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะเสี่ยงของการแท้ง ลดโอกาสของการเกิดโรคทางพันธุกรรมที่มีความรุนแรง เช่น โรคดาวน์ซินโดรม เป็นต้น

เทคโนโลยี Gidget® Electronic Witness Double Checking เป็นระบบการจัดการห้องปฏิบัติการอัจฉริยะ

🔬🧬เทคโนโลยี Gidget® Electronic Witness Double Checking เป็นระบบการจัดการห้องปฏิบัติการอัจฉริยะ ที่สามารถระบุตัวตน เช็กความถูกต้องของไข่ อสุจิ และตัวอ่อนทั้งหมดด้วยระบบ QR Code เป็นกระบวนการทำงานที่ช่วยสร้างความมั่นใจว่า ตัวอ่อนได้รับการผสมจากเซลล์สืบพันธุ์ของผู้ป่วยอย่างถูกต้อง

Gidget® Electronic Witness Double Checking มีความสำคัญอย่างไรบ้าง?

✅ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (embryologist) ในการตรวจสอบการระบุตัวตน ความถูกต้องของไข่ อสุจิ และตัวอ่อน ช่วยประหยัดเวลาให้ทำงาน และมีความแม่นยำมากขึ้น

✅ Gidget® ช่วยให้นักเพาะเลี้ยงตัวอ่อน สามารถจัดการขั้นตอนการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นขั้นตอน ตามลำดับ ตั้งแต่กระบวนการเก็บไข่ การเตรียมอสุจิ การผสม ไปจนถึงขั้นตอนการเลี้ยงตัวอ่อนจนจบขั้นตอนของการรักษา

✅ ระบบการยืนยันทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถช่วยตรวจสอบการทำงานของผู้ปฏิบัติงานแบบย้อนหลังในทุกขั้นตอนและในทุกช่วงเวลาได้ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดข้อผิดพลาด เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการมั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา ป้องกันการผสมผิดคู่ ผิดครอบครัว

การมีเทคโนโลยีที่ดีและทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ย่อมช่วยลดความกังวัล ทำให้เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก และป้องกันการเกิดปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ได้ดี

Superior A.R.T. พร้อมให้บริการด้านการรักษาที่มีมาตรฐานและมีคุณภาพสูง พร้อมออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละคู่สมรส เพื่อเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์และเป็นจริงได้