𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟 33 ❝ 10 คำถามยอดฮิตของคนมีลูกยาก ❞

Topic:  Ep.33. 10 คำถามยอดฮิตของคนมีลูกยาก

  1. การทำ IVF จำนวนไข่ที่เก็บได้มีผลต่อความสำเร็จในการท้อง?
    ตอบ มีผล แต่ไม่ทั้งหมด เพราะถ้าเก็บไข่ได้มาก ก็เพิ่มโอกาสที่จะได้ตัวอ่อนที่เป็นปกติเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไข่ที่เก็บได้ว่ามีความสมบูรณ์มากแค่ไหน
  2. ตอน ultrasound เห็นไข่หลายใบแต่ทำไมเก็บจริงได้น้อย?
    ตอบ เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น คนไข้ไม่ตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ที่ใช้ ฉีดยาไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดหรือตำแหน่งที่ฉีดยาไม่ถูกต้อง เป็นต้น
  3. การแช่แข็งตัวอ่อนและละลายตัวอ่อนส่งผลต่อการตั้งครรภ์?
    ตอบ ถูกต้อง กรรมวิธีในการแช่และละลายตัวอ่อน ส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อน
  4. ภาวะ OHSS หลังเก็บไข่เกิดในทุกคนไหม?
    ตอบ ไม่ ภาวะ OHSS มักเกิดกับคนไข้ที่ตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่มากเกินไป แต่ด้วยวิทยาการทางการแพทย์และยาที่ใช้ในปัจจุบัน ทำให้โอกาสเกิด OHSS น้อยมาก
  5. กรณีที่เก็บไข่ได้น้อยและมีตัวอ่อนน้อย จะมีโอกาสท้องไหม?
    ตอบ ถ้าไข่มีคุณภาพดี ตัวอ่อนเจริญได้ดี ก็มีโอกาสในการตั้งครรภ์
  6. เลือกใส่ตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ เด็กที่เกิดมาจะมีความผิดปกติหรือไม่?
    ตอบ ถึงแม้ตัวอ่อนจะมีโครโมโซมปกติ แต่ถ้าระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่ผดุงครรภ์ไม่ถูกต้องหรือได้รับยาและสารเคมีที่เป็นอันตราย เด็กที่เกิดมาก็อาจพิการได้ นอกจากนี้โรคพันธุกรรมบางอย่างก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครโมโซม
  7. สามีมีปริมาณอสุจิน้อย คุณหมอเลยแนะนำให้ทำเด็กหลอดแก้ว แต่ตัวอ่อนที่ได้กับมีคุณภาพไม่ดี สาเหตุเกิดจากอะไร?
    ตอบ อสุจิที่เก็บได้มีคุณภาพไม่ดีพอ จากปัญหาสุขภาพของคุณผู้ชาย ส่งผลให้ตัวอ่อนที่ได้มีคุณภาพไม่ดี
  8. ในกรณีที่ตรวจไม่พบอสุจิ นอกจากใช้เทคนิค PESA/TESE ยังมีวิธีอื่นอีกหรือไม่?
    ตอบ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ในการรักษาและสาเหตุของโรค
  9. ถ้าฉีดยารักษาเพื่อเพิ่มจำนวนอสุจิ สามารถกลับมามีลูกตามธรรมชาติได้ไหม?
    ตอบ มีโอกาสเป็นไปได้แต่น้อยมาก เพราะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด นอกจากจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
  10. มีเทคโนโลยีที่ช่วยในการคัดอสุจิที่แข็งแรงไหม?
    ตอบ ในปัจจุบันมีหลายเทคนิคที่ใช้ในการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรง แต่ถ้าคุณภาพของอสุจิไม่ดีพอก็ไม่มีประโยชน์ในการใช้ ดังนั้นเพื่อให้ได้อสุจิที่มีคุณภาพ คุณผู้ชายต้องดูแลสุขภาพตัวเอง ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันตามคำแนะนำของคุณหมอ

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟 32 ❝ 8 คำถามยอดฮิต ของคนที่มีลูกยาก ❞

Topic:  Ep.32. 8 คำถามยอดฮิต ของคนที่มีลูกยาก ?

1. ทำหมันแล้วอยากมีลูกต้องทำอย่างไร

ตอบ การทำหมันจะหนีบท่อนำไข่ทั้งสองด้าน ทำให้ทางเดินไข่ตันทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ วิธีการการแก้หากอยากจะมีลูกคือ การแก้หมัน โดยโอกาสที่แก้หมันแล้วท่อที่ตัดจะต่อติดกันประมาณ 60-70% แล้วก็ให้ท้องโดยธรรมชาติ หรือการทำเด็กหลอดแก้ว โดยหากคนไข้ผู้หญิงมีอายุ มากกว่า 38 ไข่เหลือน้อย และอสุจิไม่ดีก็ควรทำเด็กหลอดแก้วเพราะมีโอกาศที่จะท้องได้มากกว่า

2. ท่อนำไข่ตันแล้วจะมีวิธีมีลูกได้อย่างไร

ตอบ การทำเด็กหลอดแก้วจะทำให้สามารถมีลูกได้มากกว่า

3. ท่อนำไข่บวมต้องทำอย่างไรดี

ตอบ ถ้าท่อนำไข่บวมมักจะตัน จะทำให้มีเซลล์อักเสบต่าง ๆ ซึ่งอาจมีผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อน วิธีการแก้คือตัดท่อนำไข่ที่บวมออกก่อน แล้วจึงทำการย้ายตัวอ่อนหรือหากไม่สามารถผ่าตัดได้ก็จะทำการเจาะดูดน้ำข้างที่บวมออกก่อนสองถึงสามวันก่อนย้ายตัวอ่อน

4. ตรวจเจอ PCOS อยากมีลูกควรใช้วิธีไหนดี

ตอบ ควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลของหวาน แป้ง และเพิ่มโปรตีน หากต้องการมีลูก ฝ่ายชายอสุจิดี และฝ่ายหญิง PCOS อายุไม่ได้เยอะมากก็ใช้วิธีการกินยากระตุ้นไข่ให้โตและให้มีเพศสัมพันธ์กันในวันที่ไข่ตก โอกาสท้องก็เยอะ ถ้าอสุจิไม่ค่อยดีแต่ไม่ได้แย่มากก็อาจจะใช้วิธีการฉีดเชื้อ IUI ก็จะเพิ่มโอกาสการท้องได้ แต่ถ้ากินยากระตุ้นไข่แล้วไม่ได้ อาจฉีดยากระตุ้นถ้าหากยังไม่ดีก็จะต้องทำเด็กหลอดแก้ว

5. น้ำหนักเยอะมีผลต่อการมีลูกไหม

ตอบ มีผลท้องยาก การที่น้ำหนักเยอะก็ส่งผลต่อการที่ไข่ไม่ตกเรื้อรัง ไข่ไม่โต หากไข่ได้รับการผสมแล้วตัวอ่อนเข้ามาฝังตัวในมดลูกการปรับตัวของมดลูกเพื่อรับกับตัวอ่อนอาจไม่ดีเมื่อเทียบกับคนน้ำหนักปกติ BMI ที่เหมาะสมคือ 19-24 หากน้ำหนักเยอะตอนท้องก็อาจจะมีภาวะเบาหวาน ครรภ์เป็นพิษได้

6. การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และการฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่ (ICSI) ควรที่จะย้ายตัวอ่อนรอบสดหรือย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งดีกว่ากัน

ตอบ หากย้ายตัวอ่อนรอบสด คนไข้มีไข่เยอะเกิน 15 ใบ มีโฮโมนเพศหญิงเอสต้าไดออลสูงมาก อากเกิดภาวะ OSSS กระตุ้นรังไข่มากเกินไป ก็จะเลือกไม่ย้ายตัวอ่อนในรอบสด และหาหในวันที่ฉีดยาให้ไข่ตกแล้วโปรเจสโตโรนเกิน 1.5 โปรเจสโตโรนเริ่มขึ้นเกินเราก็ไม่ควรย้ายตัวอ่อนรอบสดเพราะโอกาศที่จะท้องลดลง ก็ควรแช่เข็งตัวอ่อนแทน เวลาที่เราแช่แข็งตัวอ่อนก็ทำให้โพรงมดลูกสามารถฝังตัวอ่อนได้ดีกว่ารอบสด และในกรณีที่ตรวจโครโมโซมต้องใชเวลาในการรอผลก็ควรควรแช่เข็งตัวอ่อน

7. ทำเด็กหลอดแก้วแล้วควรจะต้องตรวจโครโมโซมหรือไม่

ตอบ ขึ้นกับอายุของแม่ถ้าเกิน 35 ปีและมีลูกผิดปกติจากจากการขาดหรือเกินของโครโมโซมและมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นดาวน์ซินโดรม หรือมีความจำเป็นต้องตรวจโรคทางพันธุกรรม เช่น Alpha, Beta Thalassemia หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือฝ่ายชายมีอสุจิไม่ดี ก็ควรตรวจโครโมโซม

8. การตรวจโครโมโซมจะมีผลต่อคุณภาพของตัวอ่อนหรือไม่

ตอบ การตรวจตัวอ่อนจะดึงเซลล์ ในส่วนที่เป็นรก และจะเลือกตรวจตัวอ่อนที่คุณภาพดีซึ่งไม่มีผลต่อคุณภาพของตัวอ่อน

𝐒𝐮𝐩𝐞𝐫𝐢𝐨𝐫 𝐀.𝐑.𝐓. 𝐋𝐈𝐕𝐄 : 🅔🅟 31 ❝ปล่อยมานาน ไม่ท้องซักที ต้องตรวจอะไรบ้าง❞

Topic:  Ep.31. ปล่อยมานานไม่ท้องซักที ต้องตรวจอะไรบ้าง ?

• การเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์

1. อาหาร ทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสม

  • ลดอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต เนื่องจากมีผลกับการตกไข่และฮอร์โมน
  • เน้นรับประทานผักและผลไม้ ที่ไม่หวาน
  • รับประทานโปรตีนจาก ถั่วและเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน หรือ ปลา

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ 2-3 วันต่อสัปดาห์ วันละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

3. การลดหรือเลิก แอลกอฮอล์และบุหรี่

4. การนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ

  • การนอนหลับพักผ่อนที่เหมาะสมในแต่ละวันนั้นคือ 6-8 ชั่วโมง และช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการนอนหลับอยู่ในช่วง 23.00 – 01.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างการมีการหลั่ง growth hormone (IGF1) ซึ่งมีผลต่อ คุณภาพ, ปริมาณ และรูปร่างของไข่

5. น้ำหนักตัวที่เหมาะสม

  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไป มีผลต่อฮอร์โมนในร่างกาย อาจทำให้เกิด PCOS สูงขึ้น อัตราการตั้งครรภ์และการฝังตัวของตัวอ่อนลดลง และมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆขณะตั้งครรภ์ได้มากขึ้น โดยน้ำหนักที่เหมาะสมในผู้หญิง คำนวณได้จาก ( ส่วนสูง -110)

6. โดยในผู้ชาย มีข้อปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น

  • การหลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือพฤติกรรมบางอย่างที่มีผลทำให้ อุณหภูมิของลูกอัณฑะสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อ รูปร่างและการสร้าง sperm
  • การใส่ชั้นในที่แน่นหรือคับจนเกินไป
  • การขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือ จักรยาน

7. การรับประทานวิตามินเสริม

ผู้หญิง

  • Folic Acid หรือ Folate เพื่อช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติของทารก
  • วิตามิน E, C และ Co-Q10. ซึ่งเป็นสารในกลุ่ม anti-oxidant ช่วยในเรื่องคุณภาพของไข่
  • วิตามิน D จากงานวิจัยทราบว่าในคนที่พบ วิตามิน D ต่ำกว่าเกณฑ์ มีผลทำให้มีบุตรยาก นอกจากนี้อาจจะมีการเพิ่มอาหารเสริมบางชนิด ในกรณีที่พบว่าจำนวนของไข่มีน้อย ก่อนการเตรียมกระตุ้นไข่โดยรับประทานในระยะเวลาสั้นๆและตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น

ผู้ชาย

  • วิตามินบางชนิดช่วยทำให้คุณภาพและปริมาณของ sperm ดีขึ้น
  • Zinc
  • วิตามิน E, D และ C เข้มข้น
  • L-Carnitine

• การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์

1. การตรวจสุขภาพทั่วไป เพื่อดูความพร้อมของร่างกาย เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก และ ความดันโลหิต

2. การตรวจเลือด

  • ตรวจ ความเข้มข้นของเม็ดเลือด (CBC) ดูปริมาณของเกล็ดเลือด รูปร่างและเม็ดเลือดขาว
  • ตรวจ หมู่เลือด
  • ตรวจหาผลเลือดโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ เอดส์ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี
  • ตรวจพาหะ thalassemia เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค thalassemia และช่วยในการวางแผนการการตั้งครรภ์ในกรณีที่พ่อและแม่เป็นพาหะของโรค
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกันโรคหัดเยอรมัน ในผู้หญิง ถ้ามีการติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้เกิดความผิดปกติร้ายแรงในเด็กได้

ในกรณีของผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากนั้น จะมีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมซึ่งมีความจำเพาะมากขึ้น จากการตรวจข้างต้น เพื่อจะได้ทราบถึงแนวทางในการรักษาต่อไป

ผู้ชาย

  • เพิ่มการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของอสุจิ (เพื่อดูปริมาณ, รูปร่างและจำนวนของอสุจิ)

ผู้หญิง

  • การตรวจภายในด้วยการอัลตราซาวด์ ทางช่องคลอดเพื่อตรวจหาความผิดปกติของมดลูก, โพรงมดลูก และรังไข่ รวมไปถึงจำนวนไข่ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตรวจด้วยวิธีนี้คือ วันที่ 2-3 ของการมีประจำเดือน
  • การตรวจฮอร์โมน เพิ่มเติมบางชนิด ที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่และการเจริญเติบโตของไข่ สามารถตรวจได้ทั้งในช่วงที่มีและไม่มีประจำเดือน ได้แก่
    • ฮอร์โมนการทำงานของรังไข่ (AMH) บอกปริมาณของไข่ในรังไข่
    • ฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH)
    • โปรแลคติน